NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

Trigger point คืออะไร ทำไมจึงสำคัญต่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ?

Trigger point คืออะไร ทำไมจึงสำคัญต่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ?
อาการปวดทั่วไป

Trigger Point หรือ จุดปวดในกล้ามเนื้อที่เกิดการหดเกร็งจนเป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งจุดกดเจ็บเป็นอาการสำคัญที่พบในผู้ป่วยกลุ่ม อาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด มีลักษณะคือ เป็นปุ่มหรือก้อน ขนาดเล็กภายในกล้ามเนื้อ เมื่อได้รับแรงกระทำ ดังนั้น หากอยากรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ผู้อ่านต้องรู้จักกับเจ้าจุดกดเจ็บชนิดนี้เสียก่อน

Trigger point คืออะไร ทำไมจึงสำคัญต่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ?

Trigger point คืออะไร เกิดจากอะไร รักษาอย่างไรให้หาย?

คนไข้หลายๆคนมาพบหมอ เพราะ อาการปวดเฉพาะที่บางตำแหน่ง ทั้ง คอ บ่า หรือ แขนขา คลำได้เป็นก้อน ซึ่งก้อนตรงกล้ามเนื้อเช่นนี้คือ จุดกดเจ็บ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คนไข้รู้สึกปวดกล้ามเนื้ออยู่เสมอ อีกทั้งในคนไข้บางราย ได้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อด้วยการนวดที่บริเวณดังกล่าว โดยไม่รู้เลยว่าการนวดด้วยวิธีที่ผิด อาจทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

จุดกดเจ็บ คือ

จุดกดเจ็บไกเป็นอาการสำคัญที่พบในผู้ป่วยกลุ่ม อาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด มีลักษณะคือ เป็นปุ่มหรือก้อน ขนาดเล็กภายในกล้ามเนื้อ เมื่อได้รับแรงกระทำ เช่น แรงกด หรือแรงดึง ทำให้แสดงอาการปวดเฉพาะที่และพบร่วมกับ อาการปวดแผ่ร้าว เกิดจากกลไกที่ซับซ้อนของพยาธิกำเนิด ของจุดกดเจ็บไก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบ อวัยวะภายในร่างกายหลายระบบ เช่น ระบบประสาท และ ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

จุดกดเจ็บ เกิดจาก

จุดกดเจ็บ มักเกิดจากการที่กล้ามเนื้อเกร็งหรือหดตัวสะสมเป็นเวลานาน เกร็งบ่อยๆ และมีการกดเบียดเส้นเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อทำให้มีการขาดเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นพฤติกรรมเสี่ยงได้ตามข้อต่างๆ ต่อไปนี้

  • มีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการใช้งานซ้ำๆ
  • อยู่ในท่าทางใด ท่าทางหนึ่ง ต่อเนื่องเป็นเวลานาน (มากกว่า1ชั่วโมง) เช่น การใช้สมาร์ทโฟน และ การนั่งจ้องหน้าคอม เป็นต้น
  • ลักษณะโครงสร้างร่างกายที่ผิดปกติ เช่น หลังค่อม , กระดูกสันหลังคด เป็นต้น
  • ท่าทาง สิ่งแวดล้อม อุปกรณ์สำนักงาน ที่ไม่เหมาะในการทำงาน
  • สภาวะเครียด

จุดกดเจ็บแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?

จุดกดเจ็บสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะอาการ ดังนี้

Active Trigger Point

ลักษณะอาการคือ เมื่อกดลงไปที่จุดกดเจ็บชนิดนี้จะมีก้อนหรือจุดกดเจ็บจะทำให้เกิดอาการร้าว โดยจุดกดเจ็บแบบ Active จะเป็นจุดที่ถูกเร่งให้มีความไวมากขึ้น หรือเกิดจากการ บาดเจ็บเฉียบพลันทำให้เกิดอาการเจ็บโดยไม่ต้อง ถูกกระตุ้น และทำให้เกิดการปวดร้าวไปที่บริเวณอื่นได้ จุดกดเจ็บแบบ Active นั้นเกิดขึ้นเพื่อป้องกันการ บาดเจ็บซ้ำโดยการป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหว ของกล้ามเนื้อนั้น ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ เรื้อรัง ข้อติดขัด และมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ

Latent Trigger Point

ลักษณะอาการคือ เมื่อขณะกดลงกล้ามเนื้อที่มีก้อนหรือจุดกดเจ็บจะไม่มีอาการร้าว แต่จะทำให้เกิดการจำกัดการเคลื่อนไหว ร่วมกับการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่มีปัญหา โดยจะทำให้เกิดความเจ็บปวดได้เมื่อถูกกด Latent  อาจคงอยู่เป็นเวลานานหลายปี หลังจากเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่ง Latent Trigger Point จะเริ่มเกิดจากการเจ็บปวดเฉียบพลันเนื่องจาก minor overstretching or overuse หรือ chilling of muscle

จุดกดเจ็บ มีลักษณะอย่างไร?

1. มีลักษณะคล้ายเม็ดสาคู (nodule)

มีขนาดโตประมาณ 3-6 ซม.และไวต่อการกระตุ้น (Hyperirritability)

2. มีความไวต่อการกระตุ้น 

หรือที่เรียกว่า hypersensitivity or hyperirritable โดยเชื่อว่าเนื้อเยื่อบริเวณจุดกดเจ็บมีต้นตอที่เกิดมาจากเนื้อเยื่อได้รับอันตราย ดังนั้น จึงมีการหลั่งสารต่างๆ ที่ทำให้ปลายประสาทที่รับความเจ็บปวด ไวต่อการกระตุ้นจึงทำให้จุดกดเจ็บไวต่อ ความเจ็บปวด 

3. ต้องอยู่ใน Taut band ของกล้ามเนื้อ 

ซึ่งสามารถคลำได้เป็นลำยาวขนาดเล็กพบว่า Taut band เกิดจาก hypercontracted sarcomeres 

4. มี local response 

ซึ่งเป็นการตอบสนองที่กล้ามเนื้อหดตัวเมื่อมีการ กระตุ้น ซึ่งคลำได้เป็น Taut band 

5. เกิดอาการปวดมากเมื่อถูกกด (painful on compression) 

เป็นลักษณะที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับอาการปวดเมื่อจุดกดเจ็บถูกกด เนื่องจากเป็นบริเวณที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น นั่นจึงทำให้เมื่อมีแรงกด จุดเจ็บบริเวณนี้จึงมีอาการปวดและ

6. ส่งอาการปวดร้าว ( referred pain)

 และพฤติกรรมของระบบประสาท อัตโนมัติ 

การดูแลรักษา “จุดกดเจ็บ” ทางกายภาพบำบัด

สำหรับแนวทางในการรักษา Trigger point ทางกายภาพบำบัดที่ Newton Em Clinic ของเรานั้นสามารถแบ่งออกได้หลายแนวทางด้วยกัน เช่น…

1. เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound Therapy)

  • ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงส่งผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อ
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบ และคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว
  • มักใช้กับจุดกดเจ็บลึก ๆ ที่การนวดไม่สามารถเข้าถึงได้ดี

2. เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulation / TENS, EMS)

  • ส่งกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านแผ่นนำไฟฟ้าที่ติดบนผิวหนัง
  • ช่วยลดอาการปวดโดยกระตุ้นเส้นประสาท และช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงผ่อนคลาย
  • บางโหมดกระตุ้นยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ด้วย

3. เครื่องเลเซอร์กำลังต่ำ (Low Level Laser Therapy: LLLT)

  • ใช้แสงเลเซอร์พลังงานต่ำยิงเข้าไปยังจุดกดเจ็บ
  • ช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการซ่อมแซมของเซลล์ และบรรเทาอาการปวด
  • มักเหมาะกับจุดที่มีการอักเสบเรื้อรังหรือเจ็บลึก

4. Kinesiology Tape

  • เทปที่มีความยืดหยุ่นใกล้เคียงผิวหนัง
  • เมื่อติดบนผิวจะช่วยลดแรงกดที่จุดเจ็บ ปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อ และเพิ่มการไหลเวียนเลือด
  • มักใช้หลังทำกายภาพเพื่อช่วยประคองและยืดอายุผลลัพธ์ของการรักษา

5. อุปกรณ์ IASTM (Instrument-Assisted Soft Tissue Mobilization)

  • เป็นเครื่องมือโลหะหรือวัสดุเรียบแข็ง ใช้กด-ขูด-ถูตามแนวกล้ามเนื้อและพังผืด
  • ช่วยสลายพังผืด ลดการเกาะตัวของเนื้อเยื่อ เพิ่มการไหลเวียนเลือดและการเคลื่อนไหว
  • มักใช้ร่วมกับการยืดและออกกำลังกายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

6. หัตถการบำบัดโดยนักกายภาพ

  • การนวดสลายพังผืด (Myofascial Release / Trigger Point Release): กด-นวดจุดเจ็บเพื่อคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและพังผืด
  • การดัดดึงข้อต่อ (Joint Mobilization / Manipulation): ปรับการเคลื่อนไหวของข้อต่อ ลดอาการติดแข็ง และช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อรอบ ๆ ดีขึ้น
  • การวางแผนออกกำลังกาย (Therapeutic Exercise): กำหนดท่าออกกำลังเฉพาะเพื่อยืดกล้ามเนื้อที่ตึง เสริมความแข็งแรง และปรับสมดุลร่างกาย
  • เทคนิคเฉพาะของนักกายภาพบำบัด: เช่น เทคนิค Mulligan Concept จากสหรัฐอเมริกา, McKENZIE ประเทศนิวซีแลนด์, Stretching เทคนิคเฉพาะ, หรือการฝึกการเคลื่อนไหวเชิงลึก ที่ปรับตามอาการและร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย

ติดตามรายละเอียดบริการการรักษา Trigger Point จาก Newton Em Clinic เพิ่มเติมที่ >> นวดจุดกดเจ็บ | Trigger Point Massage

การรักษาโดย “จุดปวด” ด้วยวิธีอื่นๆ

Trigger point injection (การฉีดยาที่จุดปวด) 

เป็นการรักษาที่ง่ายปลอดภัยทำซ้ำได้ รักษาได้ตรงจุดตรงเหตุ แต่การฉีดให้ตรงจุดต้องรักษาให้กล้ามเนื้อโดยรอบหายเกร็งตัวและต้องแก้ไขปัจจัยเสริมก่อนเพราะฉีดไม่ตรงจุดอาการอาจมากขึ้น

การใช้ยา

จำเป็นต้องใช้ยารักษาหลายแบบไปพร้อมกันเพื่อตัดวงจรการเกิดโรค ได้แก่

  • Analgesic (ยาแก้ปวด) เช่น paracetamol
  • NSAIDs (ยาต้านอักเสบ) ใช้ในรายที่มีการอักเสบเท่านั้น
  • Muscle Relaxant (ยาคลายกล้ามเนื้อ) ไประงับกระแสประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อโดยรอบหดเกร็งคลายตัว ช่วยให้การรักษาที่จุดปวดด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การฉีดยาง่ายยิ่งขึ้น
  • ยานวด ช่วยให้การนวด คลายจุดปวดได้ผลดียิ่งขึ้น

วิธีการนวด จุดกดเจ็บ ที่ถูกต้อง

แพทย์เฉพาะทางกล้ามเนื้อสมัยใหม่บางกรณี ก็คุ้นเคยกับการรักษาที่ใช้การฉีดยาและผ่าตัดเพื่อที่จะแก้ปัญหา โดยมองข้ามไปว่าวิธีดังกล่าวเป็นการทำลายสมดุลในร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงให้กับคนไข้โดยไม่จำเป็น ข้อจำกัดของการกด จุดกดเจ็บก็มีหลายอย่างเหมือนกัน คือต้องทำโดยที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูง ไม่งั้นก็อาจเห็นผลไม่ชัดเจน หรือหาตำแหน่งของจุดกดเจ็บไม่เจอ และจากที่กล่าวไปว่าข้อจำกัดอีกอย่างคือ เจ็บ ซึ่งจะเจ็บมากเวลากด ซึ่งหากกดโดยวิธีที่ผิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้อีก ดังนั้น วิธีการกดคือ ค่อยๆกดบริเวณกล้ามเนื้อเหนือจุดกดเจ็บ (ยังไม่ใช่จุดที่คนไข้เจ็บ)เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบๆคลายตัว มีเลือดมาเลี้ยงรอบๆก่อน จะได้ลดอาการปวดและพอเริ่มคลาย ก็จะเริ่มกดไปที่จุดปวดนั้นให้คลายตัว ให้เลือดและออกซิเจนมาเลี้ยงจุดนั้นๆได้  หลังจากกดแล้ว ดื่มน้ำเยอะๆ นอนพักเนอะๆ เว้นซัก 2-3 วันเป็นอย่างน้อย ก่อนที่จะกดซ้ำสัก 3-4 ครั้ง จุด trigger point นี้ก็จะค่อยๆหายไปซึ่งการกินยา หรือ การนวด จะไม่ได้แก้ไขตรงจุดนี้ อย่างไรก็ดี สำคัญที่สุด คือ เมื่อรักษาหายแล้ว จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะในการทำงาน ยืน เดิน นั่ง นอน ใช้คอมพิวเตอร์ และอื่นๆ ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

——————————–

ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  • ปวดเอวเวลานอน-สาเหตุการนอนไม่หลับ แก้ยังไงดี
  • “ปวดหลังเรื้อรัง” 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณปวดหลังแบบไม่รู้ตัว
  • “ฝังเข็ม” วิธีรักษาทางกายภาพบำบัดของโรคออฟฟิศซินโดรม

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

Add Comment Cancel


Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • วิ่งหน้าฝน ข้อควรระวัง และเทคนิคเซฟร่างกายไม่ให้บาดเจ็บฉีกขาด มิ.ย. 24

    วิ่งหน้าฝน...

  • บาดเจ็บจากการวิ่ง ช่วงหน้าฝน เช็กอาการลื่นล้ม-ข้อเท้าพลิกที่ต้องรีบรักษา มิ.ย. 24

    บาดเจ็บจาก...

  • ออกกำลังกายในบ้าน คาร์ดิโอ ทดแทนการวิ่งยังไงให้หัวใจแข็งแรงเท่าเดิม มิ.ย. 24

    ออกกำลังกา...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • วิ่งหน้าฝน ข้อควรระวัง และเทคนิคเซฟร่างกายไม่ให้บาดเจ็บฉีกขาด
  • บาดเจ็บจากการวิ่ง ช่วงหน้าฝน เช็กอาการลื่นล้ม-ข้อเท้าพลิกที่ต้องรีบรักษา
  • ออกกำลังกายในบ้าน คาร์ดิโอ ทดแทนการวิ่งยังไงให้หัวใจแข็งแรงเท่าเดิม
  • กายภาพบำบัด นักวิ่ง ช่วงพักโปรแกรมหน้าฝน เคลียร์จุดเจ็บพร้อมคัมแบ็ก
  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์