“ปวดหลังเรื้อรัง” 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณปวดหลังแบบไม่รู้ตัว
“ปวดหลังเรื้อรัง” เป็นโรคที่นิยมเป็นกันมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ผู้ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น วัยทำงาน ไปตลอดจนถึงวัยสูงอายุ โดยในแต่ละวัยนั้นก็จะมีสาเหตุและอาการหนักเบาที่ต่างการออกไปเนื่องจากมีกิจกรรมในแต่ละวันไม่เหมือนกันนั่นเอง อย่างไรก็ดี การมีภาวะปวดหลังเช่นนี้ไม่ใช่สัญญาณที่ดีแต่อย่างใด แม้ในบางรายจะเกิดอาการแล้ว 2-3 วันอาการก็หายไปก็ตาม เพราะเราไม่สามารถตอบได้เลยว่าการเจ็บกล้ามเนื้อหลังเช่นนี้จะกลับมาเป็นอีกหรือไม่ หากเราไม่ยอมปรับพฤติกรรมบางอย่างที่เป็นต้นเหตุ จากการเกิดอาการเฉียบพลัน เป็นแล้วหาย ก็จะกลายเป็นการปวดเรื้อรังและรักษายากไปในที่สุด
“ปวดหลังเรื้อรัง” คืออะไร และมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง?
อาการนี้สามารถพบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็นต้นไป แต่อาการปวดหลัง ปวดเอว ซึ่งเป็นปัญหากับหลายๆคน โดยเฉพาะเมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคน ถ้าปวดหลัง ปวดเอวจากกล้ามเนื้อ จะเป็นภาวะที่ไม่อันตรายร้ายแรงแต่ก่อให้เกิดความเจ็บ ปวด และอาจเป็นอาการปวดหลัง ปวดเอวเรื้อรังได้ โดยที่หนุ่มสาวหลายคนมีอาการปวดหลัง บางคนคิดว่าอาจเกิดจากสาเหตุนั่งมากเกินไป หรือไปทำอะไรผิดท่ามา แต่หารู้ไม่ว่าอาการปวดหลังก็ไม่ได้หมายถึงแค่อาการผิดปกติของกระดูกเท่านั้น อาการปวดหลังโดยทั่วไปอาจเป็นอาการปวดหลังจากการนั่งมากเกินไป ยกของหนัก หรือออกกำลังกายมากเกินไป
สาเหตุหลักของอาการปวดหลัง
เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือพยาธิสภาพของกระดูกสันหลังเอง โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจาก
- ท่าทาง อิริยาบถ การเคลื่อนไหวร่างกาย และการใช้งานหลังที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุการปวดหลังที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงานที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์นานๆ (โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค) หากไม่ได้ใส่ใจกับท่านั่งที่ถูกต้อง มักจะนั่งด้วยท่าทางแบบหลังงอ ไหล่ห่อ และก้มคอเข้าหาจอคอมพิวเตอร์ การยกของหนักโดยใช้การก้มหลัง น้ำหนักทั้งหมดจะผ่านไปที่กระดูกสันหลังส่วนที่กำลังโค้งมากที่สุด
- การบาดเจ็บบริเวณหลัง จากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา เช่น รักบี้ ฟุตบอล การมีการบาดเจ็บหรือมีการกระแทกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้น
- ความผิดปกติของกระดูกสันหลังแต่กำเนิด เช่น โพรงกระดูกสันหลังตีบแต่กำเนิด กระดูกสันหลังคด กระดูกสันหลังมีมากหรือน้อยผิดปกติ
- ภาวะของกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้มาก ภาวะเหล่านี้ ได้แก่
- หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท
- โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ คือ ภาวะที่มีการแคบลงของโพรงกระดูกสันหลังเนื่องมาจากการหนาตัวขึ้นของกระดูกหรือเส้นเอ็น ทำให้เส้นประสาทที่วิ่งอยู่ในโพรงกระดูกถูกบีบรัดจากกระดูกหรือเส้นเอ็นที่มีการหนาตัวขึ้นจากการเสื่อมสภาพ
- กระดูกสันหลังเคลื่อน เมื่อกระดูกสันหลังเสื่อมและเสียความมั่นคงแข็งแรงไป จะทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนได้ จะทำให้เกิดอาการปวดหลังมีการขยับ และอาจมีการปวดร้าวลงขาได้เมื่อมีการกดทับเส้นประสาท
- โรคอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดร้าวมาที่หลังได้ เช่น โรคไต โรคเกี่ยวกับรังไข่และมดลูก โรคหลอดเลือดโป่งพองในช่องท้อง หรือมะเร็งที่มีการกระจายมายังกระดูกสันหลัง
6 พฤติกรรมที่อาจทำให้ปวดหลังเรื้อรังแบบไม่รู้ตัว
1.นั่งท่าเดิมนานเกินไป
การนั่งท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ไม่ต่างอะไรกับการทำพฤติกรรมซ้ำๆ โดยเฉพาะการนั่งหน้าจอบนโต๊ะทำงานของหนุ่มสาวออฟฟิศในปัจจุบัน เป็นผลทำให้กล้ามเนื้อล้า เพราะกล้ามเนื้อของเราต้องทำงานอยู่เพียงกลุ่มเดียว มัดเดียว ซ้ำไปซ้ำมา ก่อให้เกิดอาการล้า อาการอักเสบ และปวดหลังตามมา อาจทำให้เป็นภาวะออฟฟิศซินโดรมหรือ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้
2.การนั่งไขว่ห้าง
นอกจากการนั่งท่าเดิมซ้ำเป็นเวลานานแล้ว การนั่งไขว่ห้างถือว่าเป็นท่านั่งที่มีผลต่อกระดูกสันหลังโดยตรงเช่นกัน ก่อให้เกิดการกดทับของก้นข้างใดข้างหนึ่ง เป็นผลให้กระดูกสันหลังและบริเวณอุ้งเชิงกรานคดงอได้
3.สะพายกระเป๋าใบใหญ่
การที่ต้องสะพายกระเป่าใบใหญ่ และหนักอยู่ตลอดเวลาเป็นประจำทุกๆ วัน มีส่วนทำให้คุณปวดหลังเรื้อรังได้ เพราะการสะพายกระเป๋าแบบข้างเดียวไหล่ข้างที่สะพายกระเป๋า จะยกสูงขึ้นทำให้ปวดไหล่ และร่างกายต้องเอียงไปด้านตรงข้ามเพื่อรักษาสมดุล กล้ามเนื้อหลังจึงทำงานหนัก ทำให้ปวดหลัง ปวดเอว
4.ผู้หญิงที่ใส่รองเท้าส้นสูงมากกว่า 2 นิ้ว
รู้ไหมภายใต้ความสวยนี้ กลับทำให้คุณต้องกลับมาบ้านพร้อมด้วยอาการปวดหลังอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากกล้ามเนื้อหลัง และบริเวณสะโพกต้องทำงานหนัก เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มไปข้างหน้า หากใส่เดิน หรือยืนนานๆ หลายชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ปวดหลังเรื้อรังได้ หากต้องใส่อยู่บ่อยๆ เพราะเกี่ยวกับการทำงาน เวลาพักกลางวันหรือหลังเลิกงาน ให้เปลี่ยนมาใส่รองเท้าส้นเตี้ยแทน ก็จะสามารถช่วยลดอาการปวดหลังได้
5.การสูบบุหรี่
ไม่เพียงจะส่งผลต่อสุขภาพปอดของตัวเอง และคนรอบข้างแล้ว สารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยง กล้ามเนื้อกระดูกสันหลัง และหมอนรองกระดูกสันหลังด้านนอกมีปัญหา ไม่สามารถนำพาออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยงอวัยวะดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ ทำให้หมอนรองกระดูกขาดออกซิเจน ทั้งนี้หมอนรองกระดูกจะเสื่อมหรือยุบตัวเร็วมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ หากไม่ลดการสูบบุหรี่ลง โอกาสที่จะเกิดอาการปวดหลังเรื้อรังก็ย่อมมีมากขึ้นเรื่อยๆ
6.ที่นอนแข็งหรือนุ่มเกินไป
เคยไหมที่เวลาคุณตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าแล้วมีอาการปวดหลังตามมา ทำให้เช้าที่สดใสกลับไม่สดใสเอาเสียเลย ซึ่งสาเหตุนี้มาจากการเลือกที่นอนที่นุ่ม หรือแข็งจนเกินไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อ กระดูกโดยเฉพาะกระดูกสันหลังอยู่ในลักษณะคดงอนานๆ ทำให้ปวดเมื่อยตัวและปวดหลัง ดังนั้น ที่นอนจึงควรมีความนุ่มหรือแข็งพอดีๆ ในส่วนของหมอนควรรองต้นคอได้พอดี และหากชอบนอนตะแคง หมอนที่หนุนควรสูงพอที่จะไม่ให้ไหล่ถูกกดทับเป็นเวลานานเช่นกัน อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราควรทำคือการคอยสังเกตอาการของตนเองเสมอ เช่น ทำไมอาการปวดหลังนั้นไม่หายสักที หรือเป็นๆ หายๆ ซึ่งสาเหตุของการปวดหลังเรื้อรังนี้เกิดจากพฤติกรรมของตัวเราเอง โดยเราอาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัว และเป็นพฤติกรรมประจำวันที่หลายคนมองข้ามกันอยู่บ่อยครั้ง การสังเกตตนเองดังกล่าวมีประสงค์เพื่อให้ตัวเราลดหรือเลิกพฤติกรรมเหล่านั้น มิเช่นนั้นอาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังตามมาได้
——————————–
ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง
บทความที่น่าสนใจ
- นั่งนาน ปวดหลัง แก้ได้ไม่ยาก
- ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Myofascial Pain Syndrome)
- ปวดหัว มึนหัว ปวดกระบอกตา คล้ายไมเกรน


