NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

Checklist 5 สัญญาณเตือนออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1

Checklist 5 สัญญาณเตือนออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1
แสดงทั้งหมด

ออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 เป็นช่วงเริ่มต้นของอาการที่หลายคนอาจยังไม่ทันสังเกต หรือมองว่าเป็นเพียงความเมื่อยล้าจากการทำงานตามปกติ แม้อาการในระยะนี้จะยังไม่รุนแรง แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ร่างกายกำลังบอกถึงความไม่สมดุลจากพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การทำความเข้าใจอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้สามารถประเมินตนเองได้อย่างถูกต้อง และเริ่มปรับพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่อาการจะสะสมและพัฒนาไปสู่ระยะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไร Newton Em Clinic มีคำตอบมาฝาก

ออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 คืออะไร? ระยะเริ่มต้นที่หลายคนมองข้าม

ออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ร่างกายซ้ำ ๆ โดยเฉพาะการนั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งในระยะที่ 1 ถือเป็นช่วงเริ่มต้นที่อาการยังไม่รุนแรงมาก แต่เริ่มส่งสัญญาณบางอย่างให้สังเกตได้ หากเข้าใจตั้งแต่ระยะนี้ จะช่วยให้สามารถดูแลและปรับพฤติกรรมได้ทันก่อนที่อาการจะลุกลาม

ในระยะเริ่มต้น มักพบอาการปวดเมื่อยเล็กน้อยบริเวณคอ บ่า ไหล่ หรือหลัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและหายได้เองเมื่อพักผ่อน อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้สะท้อนถึงความตึงตัวของกล้ามเนื้อจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งหลังค่อม การจ้องหน้าจอนาน หรือการวางแขนในท่าที่ไม่สมดุล

สิ่งที่สำคัญคือ แม้อาการจะยังไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตมากนัก แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือดูแลอย่างเหมาะสม อาจพัฒนาไปสู่ระยะที่มีอาการถี่ขึ้นหรือเรื้อรังได้ในอนาคต การรู้จักออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อและโครงสร้างร่างกายในระยะยาว

Checklist 5 สัญญาณเตือน Office Syndrom ระยะที่ 1 มีอะไรบ้าง?

ก่อนจะเข้าสู่การประเมินว่าตนเองมีความเสี่ยงหรือไม่ การสังเกตสัญญาณเบื้องต้นถือเป็นวิธีที่ง่ายและใกล้ตัวที่สุด โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้ร่างกายในท่าเดิมเป็นเวลานาน ลองเช็กอาการต่อไปนี้ว่าตรงกับพฤติกรรมของตนเองหรือไม่

สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทันที แต่จะค่อย ๆ สะสมและปรากฏให้เห็นในชีวิตประจำวัน หากพบว่ามีหลายข้อร่วมกัน อาจเป็นสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมในระยะเริ่มต้น

1.ปวดตึงคอ บ่า ไหล่ เป็น ๆ หาย ๆ

มักเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด โดยจะรู้สึกตึงหรือหนักบริเวณคอและบ่า โดยเฉพาะหลังนั่งทำงานนาน ๆ หรือช่วงปลายวัน อาการอาจทุเลาลงเมื่อได้พักหรือยืดตัว แต่จะกลับมาเป็นซ้ำเมื่อกลับไปทำกิจกรรมเดิม

2.เริ่มมีอาการปวดหลังหรือเอวเล็กน้อย

อาการปวดหลังในระยะเริ่มต้นมักยังไม่รุนแรง แต่เริ่มรู้สึกไม่สบายตัวขณะนั่งหรือหลังจากลุกขึ้น อาจเกิดจากการนั่งหลังค่อมหรือไม่มีการรองรับแผ่นหลังที่เหมาะสม

3.รู้สึกเมื่อยล้ากล้ามเนื้อแม้ไม่ได้ใช้งานหนัก

แม้จะไม่ได้ออกแรงมาก แต่กลับรู้สึกเมื่อยล้าหรือไม่สบายตัวในกล้ามเนื้อ สะท้อนถึงการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อจากการอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป

4.มีอาการชาหรือปวดร้าวเล็กน้อยเป็นบางครั้ง

บางคนอาจเริ่มรู้สึกชาที่แขน มือ หรือมีอาการปวดร้าวลงไปเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการกดทับเส้นประสาทในบางตำแหน่ง แต่ยังไม่เกิดขึ้นบ่อย

5.อาการดีขึ้นเองเมื่อพัก แต่กลับมาเป็นซ้ำ

จุดเด่นของระยะที่ 1 คือ อาการยังสามารถหายได้เองเมื่อพักผ่อนหรือเปลี่ยนอิริยาบถ แต่จะกลับมาเป็นซ้ำเมื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

หากพบว่ามีอาการเหล่านี้มากกว่า 2-3 ข้อร่วมกัน แม้จะยังไม่รุนแรง ก็ถือเป็นสัญญาณที่ควรเริ่มใส่ใจ การสังเกตตั้งแต่ระยะนี้จะช่วยให้สามารถปรับพฤติกรรมและลดความเสี่ยงของอาการในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีเช็กตัวเองเบื้องต้น คุณเข้าข่ายออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 หรือไม่?

หลังจากสังเกตสัญญาณเบื้องต้นแล้ว การประเมินอาการของตนเองเพิ่มเติมจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่ากำลังอยู่ในระยะเริ่มต้นหรือไม่ โดยสามารถพิจารณาได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่ดูจากอาการใดอาการหนึ่งเพียงอย่างเดียว

  • ความถี่ของอาการ ออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 มักมีอาการเป็นครั้งคราว เช่น เกิดในบางวันหลังใช้งานร่างกายหนัก หรือช่วงที่นั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยอาจเกิดขึ้นสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และไม่ได้เกิดขึ้นทุกวันอย่างสม่ำเสมอ
  • ระดับความรุนแรงของอาการ อาการในระยะนี้มักอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ยังสามารถทนได้โดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวด หรือไม่ส่งผลให้ต้องหยุดพักงาน อาจเป็นเพียงความรู้สึกตึง เมื่อย หรือไม่สบายตัวในบางช่วงเวลา
  • ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ที่อยู่ในระยะที่ 1 มักยังสามารถใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ แต่จะเริ่มรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยขึ้น เช่น ขยับตัว ยืดเส้น หรือพักสายตาเพื่อบรรเทาอาการ
  • ลักษณะการหายของอาการ อาการมักดีขึ้นได้เองเมื่อพักผ่อน หรือเมื่อหยุดพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุ เช่น ลุกจากโต๊ะทำงานหรือยืดกล้ามเนื้อ และจะกลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อกลับไปใช้งานร่างกายในรูปแบบเดิม

โดยรวมแล้ว หากอาการยังไม่รุนแรง เกิดเป็นครั้งคราว และสามารถดีขึ้นได้เองเมื่อพัก มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 การประเมินเบื้องต้นนี้ช่วยให้สามารถเริ่มดูแลตัวเองได้ทันเวลา และลดความเสี่ยงของการพัฒนาไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น

ออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 ต่างจากระยะอื่นอย่างไร?

ออฟฟิศซินโดรมสามารถแบ่งออกได้หลายระยะตามความรุนแรงของอาการ โดยการเข้าใจความแตกต่างของแต่ละระยะจะช่วยให้สามารถประเมินตนเองและเลือกแนวทางการดูแลได้เหมาะสมมากขึ้น

ความแตกต่างด้านความถี่ของอาการ

ในระยะที่ 1 อาการจะเกิดเป็นครั้งคราวและยังไม่สม่ำเสมอ ขณะที่ระยะที่ 2 อาการจะเริ่มเกิดบ่อยขึ้น และในระยะเรื้อรังอาจมีอาการแทบทุกวัน

ความแตกต่างด้านความรุนแรง

อาการในระยะเริ่มต้นยังอยู่ในระดับที่ไม่รบกวนชีวิตมากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 2 อาจเริ่มมีอาการปวดชัดเจนขึ้น และต้องใช้เวลาพักมากขึ้น ส่วนในระยะเรื้อรัง อาการอาจต่อเนื่องและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเห็นได้ชัด

การตอบสนองต่อการพักผ่อน

ผู้ที่อยู่ในระยะที่ 1 มักมีอาการที่ดีขึ้นได้เองเมื่อพักหรือเปลี่ยนอิริยาบถ แต่ในระยะที่รุนแรงขึ้น อาการอาจไม่หายไปง่าย ๆ หรือกลับมาเร็วแม้จะพักแล้ว

สัญญาณของการลุกลาม

สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ อาการที่เป็นถี่ขึ้น ระยะเวลาที่ปวดนานขึ้น หรือเริ่มมีอาการร้าว ชา มากขึ้น ซึ่งอาจบ่งบอกว่าอาการกำลังพัฒนาไปสู่ระยะถัดไป

การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละระยะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะที่ 1 ซึ่งยังเป็นช่วงที่สามารถฟื้นฟูได้ง่าย หากเริ่มดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น

แนวทางดูแลตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการออฟฟิศซินโดรมช่วงระยะต้น ๆ

เมื่อเริ่มมีอาการในระยะเริ่มต้น การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดอาการและป้องกันการลุกลามได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอาการรุนแรงก่อนจึงเริ่มแก้ไข

  1. ปรับท่าทางการนั่งทำงาน ควรนั่งหลังตรง โดยให้แผ่นหลังมีพนักพิงรองรับ วางเท้าให้ราบกับพื้น และปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อลดการก้มเงยของคอและการเกร็งของกล้ามเนื้อ
  2. เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวัน การนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการ ควรลุกขึ้นยืดเส้นหรือขยับร่างกายทุก 30–60 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายและลดการตึงสะสม
  3. ยืดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ การยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลัง เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดอาการตึงตัวของกล้ามเนื้อ สามารถทำได้ระหว่างวันโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์
  4. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการก้มหน้าใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน หรือการนั่งในท่าเดิมโดยไม่ขยับตัว รวมถึงการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น โต๊ะหรือเก้าอี้ที่ไม่รองรับสรีระ

อย่างไรก็ดี การดูแลตัวเองในระยะนี้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันออฟฟิศซินโดรมในระยะยาว

เมื่อไหร่ควรพบนักกายภาพบำบัด?

แม้ว่าออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 จะยังไม่รุนแรง แต่ในบางกรณี การขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก็เป็นทางเลือกที่ช่วยให้การดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สัญญาณที่ควรพิจารณาเข้ารับคำปรึกษา ได้แก่ อาการที่เริ่มเกิดบ่อยขึ้น อาการที่รบกวนการทำงาน หรืออาการที่ไม่ดีขึ้นแม้จะปรับพฤติกรรมแล้ว การเข้าพบผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้สามารถระบุสาเหตุของอาการได้อย่างตรงจุด

กายภาพบำบัดไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในกรณีที่อาการรุนแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันและฟื้นฟูร่างกายในระยะเริ่มต้น ช่วยลดโอกาสของการเกิดอาการเรื้อรังในอนาคต

กายภาพบำบัดช่วยรักษาออฟฟิศซินโดรมระยะเบื้องต้น ได้อย่างไร?

การรักษาด้วยกายภาพบำบัดในระยะที่ 1 จะเน้นการประเมินและแก้ไขสาเหตุของอาการเป็นหลัก โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ท่าทางการใช้งานร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยนักกายภาพบำบัดอาจใช้เทคนิคการรักษาเฉพาะจุด เช่น การคลายกล้ามเนื้อ การกดจุด หรือการยืดกล้ามเนื้อร่วมกับการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้อย่างสมดุลมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง การดูแลในลักษณะนี้ช่วยให้ผลลัพธ์มีความยั่งยืนและลดโอกาสของการกลับมาเป็นซ้ำ

ดูแลตั้งแต่วันนี้ ลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรมในระยะยาว

ออฟฟิศซินโดรมระยะที่ 1 เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มดูแลตัวเองก่อนที่อาการจะพัฒนาไปสู่ระยะที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น การสังเกตอาการ ปรับพฤติกรรม และดูแลร่างกายอย่างเหมาะสม เป็นพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถจัดการกับอาการได้ตั้งแต่ต้นทาง หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมหรือการดูแลที่ตรงจุด การเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการดูแลสุขภาพ ท้ายที่สุด ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า การเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกายในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ป่วยท่านใดที่สนใจเข้ารับคำแนะนำหรือรักษาภาวะออฟฟิศซินโดรม สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมการรักษาของ Newton Em Clinic ต่อได้ที่ >> กายภาพพนักงานออฟฟิศ

—————————-

ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วิดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวิดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  • กายภาพบําบัด กล้ามเนื้ออักเสบ รักษาได้ผลไหม ต้องทำต่อเนื่องหรือเปล่า?
  • ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Myofascial Pain Syndrome)
  • กล้ามเนื้ออักเสบ กินอะไรดี ให้ฟื้นฟูไว กลับมาใช้งานได้ปกติ

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล พ.ค. 28

    “ออก...

  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี? พ.ค. 28

    โรคหอบหืด ...

  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง พ.ค. 28

    กายภาพบำบั...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี?
  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง
  • เตรียมตัวแข่ง Hyrox อย่างไรไม่ให้เจ็บ? คู่มือฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนลงสนาม
  • กายภาพบำบัด ปวดเข่า วิ่ง แก้ปัญหาเข่าพัง ให้กลับมาวิ่งได้ไร้กังวล

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์