NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

ปวดไมเกรน-รักษาด้วยกายภาพได้หรือไม่?

ปวดไมเกรน-รักษาด้วยกายภาพได้หรือไม่?
แสดงทั้งหมด

“ปวดไมเกรน” อาการที่หลายๆ คนเป็นโดยเฉพาะวัยทำงาน แต่ที่น่าหนักใจไปมากกว่านั้นก็คือผู้ป่วยอาการนี้ไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ เนื่องจากอาการปวดชนิดนี้มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น อีกทั้งอาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เช่น ปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวสองข้าง ปวดขมับจนถึงท้ายทอย จนทำให้สับสนว่าอาการแบบไหนที่เรียกว่า “ไมเกรน” กันแน่ และถ้าหากเป็นแล้วจะรักษาอย่างไรดีให้หาย แล้วการทำกายภาพสามารถช่วยได้หรือไม่

ปวดไมเกรน-รักษาด้วยกายภาพได้หรือไม่?

“ปวดไมเกรน” คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง?

ไมเกรน (Migraine) แท้จริงแล้วไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นโรคแต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงภาวะที่หลอดเลือดแดงในสมองบีบตัวและคลายตัวมากกว่าปกติ ในคนปกติหลอดเลือดแดงเหล่านี้มีอยู่มากมายในสมองจะมีการบีบตัวและคลายตัวอยู่เป็นประจำ แต่ไม่มากจึงไม่ปวดหัว ในผู้ปวดไมเกรนจะไม่พบพยาธิใดๆ ในหลอดเลือดแดงของสมองจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอัมพาตหรือพิการแต่อย่างใด

สาเหตุของการปวดไมเกรน

เกิดจากความผิดปกติชั่วคราวของระดับสารเคมีในสมอง ทำให้ก้านสมองถูกกระตุ้น หลอดเลือดในเยื่อหุ้มสมองมีการบีบและคลายตัวมากกว่าปกติ เกิดอาการปวดหัวตุ๊บๆ หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แพ้แสง จากก้านสมองที่ถูกกระตุ้น

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรน

1. แสงไฟสว่าง

แสงไฟกระพริบ หรือแสงแดดที่จ้า

2. อากาศที่ร้อนเกินไป

หรืออากาศที่ร้อนชื้น เช่น ช่วงเวลาก่อนฝนจะตก

3. ออฟฟิศซินโดรม

หรือ โรคพังผืดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือใช้มือถือ ก้มหน้านาน ๆ จนกล้ามเนื้อเกิดพังผืดขึ้น รวมถึงอาการกล้ามเนื้อบริเวณคอตึง ก็สามารถกระตุ้นทำให้เกิดไมเกรน ปวดร้าวรอบกระบอกตา คลื่นไส้มึนหัวได้

4. อาหารที่สามารถกระตุ้นไมเกรนได้

เช่น ชีส แอลกอฮอล์ ผงชูรส อาหารที่ผสมไนไตรท์ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน น้ำตาลเทียม นอกจากนี้ ยังพบว่า คาเฟอีน ถือเป็นสารที่กระตุ้นอาการไมเกรนได้ ใครที่กินกาแฟอยู่แล้วมีอาการไมเกรน ควรลดปริมาณการกินกาแฟลง อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยเพียง 20% เท่านั้น ที่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าอาหารเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไมเกรน

5. ความเครียด

การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการอดนอนจะกระตุ้นให้อาการปวดไมเกรนกำเริบไวขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยควรระวังไม่ให้ตนเองเครียดจนเกินไปรวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ

อาการของการปวดไมเกรน

2 ข้อที่มักถูกเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปวดไมเกรน

1. ปวดไมเกรนไม่จำเป็นต้องปวดข้างเดียวเสมอไป

แท้จริงแล้วมีความเป็นไปได้ที่ว่าการปวดศีรษะข้างเดียวนั้นคืออาการไมเกรน แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือหลายๆ คนเข้าใจผิดว่าอาการนี้ต้องปวดศีรษะของเดียวเท่านั้นจึงจะเรียกว่าปวดไมเกรนซึ่งแท้จริงแล้วภาวะเช่นนี้สามารถปวดหัวได้ทั้ง 2 ข้างหรือปวดสลับข้างก็ได้เช่นกัน อย่างไรก็ดีผู้ป่วยต้องสังเกตตนเองให้ดีเนื่องจากในบางครั้งการจะเป็นไมเกรนได้นั้นต้องมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนั้น หากไม่แน่ใจให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการให้แน่ใจจะดีที่สุด

2.ปวดไมเกรนไม่จำเป็นต้องมีอาการรุนแรง

ร่างกายและจิตใจของแต่ละคนสามารถทนรับกับความเจ็บปวดได้แตกต่างกัน นอกจากนี้อาการปวดหัวไมเกรนยังมีความรุนแรงหลายระดับ คนที่มีอาการนี้ จึงไม่จำเป็นว่าต้องปวดหัวจนกระทั่งทนไม่ไหวเสมอไป แม้ว่าจะมีอาการไม่รุนแรง แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นถี่ หรือมีระยะเวลายาวนาน หรือเกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน  ก็ควรเข้าพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

อาการที่สามารถสังเกตได้

  • ปวดหัวตุ๊บๆ บริเวณขมับ อาจปวดร้าวมาที่กระบอกตาหรือท้ายทอย และปวดหัวข้างเดียว (บางรายอาจพบว่าปวดหัวทั้งสองข้าง)
  • มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
  • มีอาการแพ้แสงแพ้เสียง
  • ปวดหัวเป็นครั้งคราว บางครั้งก็สัมพันธ์กับรอบเดือน
  • บางครั้งมีอาการมองเห็นผิดปกตินำ หรือที่เรียกว่า อาการออร่า (migraine aura) ผู้ป่วยจะเห็นเป็นแสงไฟสีขาว ๆ มีขอบหยึกหยัก เป็นอาการเตือนนำมาก่อนที่จะเริ่มมีอาการปวดหัว

ระยะของการปวดไมเกรน

  • ระยะแรก Prodrome อาการเตือน อาจมีอาการเตือนจากภาวะทางอารมณ์ เช่น การรู้สึกวิตกกังวล อารมณ์ดีหรือเศร้าผิดปกติ มีอาการปวดตึงคอ กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ระยะที่สอง Aura อาการนำ จะมีอาการหลายแบบ โดยจะมีอาการทางการมองเห็นถึง 90% เช่น มองเห็นแสงกระพริบ ๆ หรือสายตาพร่ามัว เป็นต้น กล้ามเนื้อจะรู้สึกอ่อนแรง รู้สึกชาที่มือหรือเท้า
  • ระยะที่สาม Headache ปวดหัว อาการปวดหัวไมเกรนอาจปวดหัวข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และมีลักษณะอาการปวดแบบตุบ ตุบ และเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน ชีวิตการทำงาน
  • ระยะที่สี่ Postdrome หลังปวดหัว ระยะสุดท้ายของไมเกรนซึ่งจะเกิดหลังจากเป็นไมเกรนแล้ว มักมีภาวะอารมณ์ผิดปกติ สับสนมึนงง อาจมีอาการท้องผูก ท้องเสียร่วมด้วย

การรักษา “ไมเกรน” ด้วย “กายภาพบำบัด”

หากพูดถึง “กายภาพบำบัด” นั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกวิธีการรักษาหนึ่งที่หลายๆ คนเลือก เนื่องจากเป็นการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดและใช้ยา แต่ก็ยังสามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน โดยการรักษาโรคต่างๆ ด้วยกายภาพนั้นจะเน้นไปที่การฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายและบรรเทาอาการเจ็บปวดของอวัยวะตามร่างกายในบริเวณต่างๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งการปวดไมเกรนก็เป็นอีกอาการหนึ่งที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่นิยมเลือกการทำกายภาพบำบัดเป็นการรักษา

ท่ากายภาพง่ายๆ ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรน

ท่าที่ 1

  1. นั่งหลังตรง ก้มคางลงชิดอก
  2. ประสานมือทั้งสองเข้าด้วยกันวางด้านหลังศีรษะ ออกแรงกดค้างไว้ นับ 1 – 10 ทำซ้ำ 3 – 5 ครั้ง

ท่าที่ 2

  1. นั่งหลังตรง ตั้งข้อศอกทั้งสองข้างขึ้น กางนิ้วมือเป็นรูปตัวแอล โดยกางนิ้วหัวแม่มือออกให้ตั้งฉากกับนิ้วที่เหลือซึ่งเรียงชิดกัน
  2. วางนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างใต้ฐานกะโหลกศีรษะซึ่งเป็นแอ่งเล็กๆ ออกแรงกดเล็กน้อยแล้วหมุนวน นับ 1 – 10 ค้างไว้ ทำซ้ำ 3 – 5 ครั้ง

ท่าที่ 3

  1. เป็นท่ายืดส่วนหลัง โดยเริ่มจากนั่งแล้วเหยียดขาไปข้างหน้าทั้งสองข้าง หายใจเข้ายกมือขึ้นเหนือศีรษะ
  2. จากนั้นหายใจออกค่อยๆเอื้อมมือทั้งสองข้างไปแตะที่ปลายเท้า
  3.  พยายามให้ขาตึง ห้ามงอขา ก้มให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วนับค้างไว้ 10-15 วินาที ทำซ้ำอีก 10 ครั้ง

ท่าที่ 4

  1. เป็นท่ากายบริหารที่ออกไปในทางโยคะ เริ่มจากคุกเข่า แขนเหยียดตรง
  2. ยกกระดูกก้นกบ เกร็งหน้าท้อง โก่งหลังขึ้นให้ได้มากที่สุด
  3. หลังจากนั้นก้มหัวลงพยายามกดคางให้ชิดหน้าอก ค้างไว้สักครู่แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจ

ท่าที่ 5

  1. ท่านี้หากให้ลองนึกง่ายๆ จะเป็นท่าก้มตัวให้ศีรษะชิดกับหัวเข่า โดยเริ่มจากหายใจออกแล้วค่อยๆก้มตัวไปด้านหน้า ยืดขาให้ตึง
  2.  หลังจากนั้นให้พยายามทำให้ลำตัวแนบกับต้นขามากที่สุด
  3. หากสามารถยืดตัวได้มากๆ ให้ใช้มือจับไว้ที่ด้านหลังข้อเท้า ค้างไว้สักครู่แล้วกลับสู่ในท่ายืนตรง

อย่างไรก็ดี อาการปวดหัวไมเกรน เกิดจากความผิดปกติชั่วคราวของระดับสารเคมีในสมอง จะมีอาการเป็นๆ หายๆ ดังนั้น แนวทางการป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนที่เหมาะสมคือ การปรับจากพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่กระตุ้นการเกิดไมเกรน นอกจากนี้ การรักษาด้วยกายภาพบำบัดก็นับได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเลยทีเดียวในการเริ่มต้นหากผู้ป่วยไม่ต้องการรับยา ดังนั้นจึงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อการรักษาที่ถูกต้องนั่นเอง

——————————–

ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  • นั่งนาน ปวดหลัง แก้ได้ไม่ยาก
  • ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Myofascial Pain Syndrome)
  • ปวดหัว มึนหัว ปวดกระบอกตา คล้ายไมเกรน

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

 

Add Comment Cancel


Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังเพราะดนตรี เคสรักษาคุณปิ๊ด Bodyslam ก่อนขึ้นคอนฯ ก.ค. 28

    “ปวด...

  • ออกกำลังกายในน้ำ ทางเลือกวัยเกษียณ เดินไม่เจ็บ ลดแรงกระแทก ก.ค. 28

    ออกกำลังกา...

  • บาดเจ็บการวิ่ง แก้ตรงจุด! ปลดล็อกอาการปวดเข่า ปวดเท้า ที่ Newton Em ก.ค. 28

    “บาด...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังเพราะดนตรี เคสรักษาคุณปิ๊ด Bodyslam ก่อนขึ้นคอนฯ
  • ออกกำลังกายในน้ำ ทางเลือกวัยเกษียณ เดินไม่เจ็บ ลดแรงกระแทก
  • บาดเจ็บการวิ่ง แก้ตรงจุด! ปลดล็อกอาการปวดเข่า ปวดเท้า ที่ Newton Em
  • ไขความลับ! วิธีรักษา “บาดเจ็บจากกีฬา” พร้อมเคสฟื้นฟูที่ Newton Em
  • วิ่งหน้าฝน ข้อควรระวัง และเทคนิคเซฟร่างกายไม่ให้บาดเจ็บฉีกขาด

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์