NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

“โรคนอนกรน” 3 ท่ากายบริหาร หมดปัญหาอาการนอนกรน

“โรคนอนกรน” 3 ท่ากายบริหาร หมดปัญหาอาการนอนกรน
อาการปวดทั่วไป

“โรคนอนกรน” เป็นภาวะโรคที่พบได้บ่อยมาก เนื่องจากเกิดขึ้นได้กับทุกๆ เพศ และ ทุกๆ วัย อย่างไรก็ดี เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นตอนนอนและดูไม่มีผลร้ายแรงอะไร หลายๆ คนจึงเลือกที่จะมองข้ามและไม่ได้คิดจะรักษา แต่แท้จริงแล้วความคิดนี้ผิดถนัด เพราะการนอนกรนส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรามากกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะเป็นอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของทางเดินหายใจส่วนตัวแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดภาวะนอนกรนและหยุดหายใจในขณะหลับได้อีกด้วยนั่นเอง ดังนั้น เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว การนอนกรน เป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยไว้ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง มาหาคำตอบได้จากบทความนี้

"โรคนอนกรน" 3 ท่ากายบริหาร หมดปัญหาอาการนอนกรน

“โรคนอนกรน” เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน และแก้ไขอย่างไรได้บ้าง?

“การนอนกรน” นั้นก่อปัญหาให้ทั้งผู้ที่มีอาการและผู้ที่อยู่ใกล้ชิด คนที่มีอาการนอนกรนเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายๆ โรค เช่น โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคสมอง เป็นต้น โรคนอนกรนเกิดจาก การที่ลมผ่านทางท่อหายใจที่แคบลงและเกิดการสั่นไหวรอบ ๆ ของเนื้อเยื่อคอ เช่น เพดานอ่อนลิ้นไก่ ก็เลยเกิดเป็นเสียงกรน การนอนกรนเด็กก็สามารถเป็นได้ แต่สาเหตุจะแตกต่างกับผู้ใหญ่  ส่วนในเด็กจะพบว่าสิ่งที่ทำให้เป็นโรคนอนกรนก็คือเนื้อเยื่อในคอมีค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นสาเหตุของโรคนอนกรนก็เกิดจากอะไรก็ตามที่ทำให้ท่อทางเดินหายใจแคบลงนั่นเอง

“นอนกรน” เกิดจาก…

การนอนกรนเกิดจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ คือในขณะที่คนเรานอนหลับสนิทนั้น กล้ามเนื้อต่างๆ ในช่องปากจะผ่อนคลายและหย่อนลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้ลมหายใจไม่สามารถผ่านไปยังหลอดลมและปอดได้อย่างสะดวก ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และเนื่องจากช่องลมถูกปิดกั้นจนเล็กลงจึงทำให้เกิดเป็นเสียงกรนขึ้น

โดยมีปัจจัยอื่นๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ข้อ ประกอบด้วย

  1. เนื้อเยื่อในคอหอยมีปริมาณมาก เช่น ทอลซินโต เป็นต้น
  2. กล้ามเนื้อหย่อนตัว เช่น เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อจะหย่อนตัวได้ง่ายขึ้นหรือเป็นโรคระบบประสาท โรคทางสมอง อีกอย่างที่ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนตัวก็คือยา เช่น ยานอนหลับบางชนิด แอลกอฮอล์
  3. คนที่มีน้ำหนักตัวมาก นอกจากไขมันจะไปรวมตัวกันที่ช่วงท้องแล้ว ยังสามารถไปสะสมอยู่ที่บริเวณคอหอยได้เช่นกัน จึงทำให้ผู้ที่มีน้ำหนักมากมีความเสี่ยงที่จะมีอาการนอนกรนได้ง่ายกว่าคนอื่น
  4. โครงหน้าเล็ก ส่งผลให้ทางเดินหายใจเล็กลงไปด้วย ซึ่งลักษณะนี้สามารถพบได้มากในคนเอเชีย
  5.  เพศ โดยส่วนใหญ่แล้วอาการนอนกรนจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง เนื่องจากฮอร์โมนส์ของเพศหญิงมักจะทำให้กล้ามเนื้อตึงตัว

ลักษณะอาการและระดับความรุนแรงของ “การนอนกรน”

  • นอนกรนเสียงดังมากจนรบกวนการนอนของผู้อื่น
  • กรนแล้วสะดุ้งเฮือกเพื่อทำการหายใจ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
  • กรนแล้วสลับกับการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ
ส่วนอาการร่วมอื่นๆ ได้แก่ ปัสสาวะกลางคืนบ่อยครั้ง รู้สึกไม่สดชื่นในตอนเช้าและพบว่ามีอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ ง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการการนอน และหาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ระดับความรุนแรงของ “อาการนอนกรน”

ส่วนอาการร่วมอื่นๆ ได้แก่ ปัสสาวะกลางคืนบ่อยครั้ง รู้สึกไม่สดชื่นในตอนเช้าและพบว่ามีอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ ง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการการนอน และหาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ความรุนแรงระดับที่ 1

เป็นการนอนกรนทั่วไป ไม่บ่อย และเสียงไม่ดังมาก ซึ่งความรุนแรงในระดับนี้จะยังไม่ส่งผลต่อการหายใจขณะหลับของผู้ป่วยเท่าไหร่ หากแต่จะเป็นระดับที่ส่งเสียงจนรบกวนการนอนของผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเท่านั้น

ความรุนแรงระดับที่ 2

เป็นระดับการนอนกรนที่ผู้ป่วยจะมีอาการมากขึ้นจากระดับแรก โดยการนอนกรนอาจกำเริบประมาณ 3 วัน/สัปดาห์ และส่งผลต่อการหายใจในขณะหลับตั้งแต่น้อยไปจนถึงปานกลาง  และส่งผลให้รู้สึกง่วงและเหนื่อยในเวลากลางวัน

ความรุนแรงระดับที่ 3

คือมีอาการนอนกรนเป็นประจำวัน และส่งเสียงดังเป็นอย่างมาก การนอนกรนในระดับนี้มักมีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือ อาจทำให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นไปบางส่วนซึ่งอาจเป็นเวลานานกว่า 10 วินาที และส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

อาการนอนกรน อันตรายมากแค่ไหน?

จากที่ได้กล่าวในข้างต้นว่า อาการนอนกรน เป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจาก ไม่ว่าจะเพศหรือวัยใดก็สามารถเป็นได้ทั้งสิ้น ซึ่งภาวะนี้เป็นอาการที่แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของทางเดินหายใจส่วนต้นที่มีการตีบแคบลง อาการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้นนี้อาจเป็นเพียงบางส่วน หรือบางครั้งรุนแรงจนอุดกั้นลมหายใจทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถหายใจเข้าออกได้เป็นระยะๆ ซึ่งเราเรียกลักษณะดังกล่าวว่า “โรคหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea, OSA)” หรือที่นิยมเรียกง่ายๆ ว่า “โรคหยุดหายใจขณะหลับ” ซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้หลายอย่าง เช่น เป็นสาเหตุและความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรืออัมพฤกษ์และอัมพาต ภาวะชึมเศร้าเรื้อรัง การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุอันเนื่องมาจากความง่วงนอนมากผิดปกติ เป็นต้น ทั้งนี้ อาการกรน อาจก่อให้เกิดความรำคาญอย่างมากต่อผู้นอนร่วมห้อง เกิดเป็นปัญหาทางครอบครัวหรือสังคม ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกอายและเสียบุคลิกภาพได้ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ หากมีการหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก อาจทำให้มีความผิดปกติของพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและสติปัญญา เกิดพฤติกรรมซุกซนก้าวร้าว ปัสสาวะรดที่นอน มีผลการเรียนแย่ลง หรือมีปัญหาสังคมสำหรับเด็กได้อีกด้วย

แนวทางการรักษา

การรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่
  • ลดน้ำหนัก
  • ใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวกในทางเดินหายใจ (CPAP) เพื่อเปิดทางเดินหายใจที่ตีบแคบให้กว้างขึ้น
  • ใส่อุปกรณ์ดึงลิ้นหรือกรามให้เลื่อนไปด้านหน้า
  • จี้หรือผ่าตัดเพดานอ่อนและลิ้นไก่ด้วยเลเซอร์ หรือ Laser-assisted uvulopalatopharyngoplasty (LAUP)
  • ผ่าตัดเพดานในช่องปากหรือตัดกล้ามเนื้อบริเวณโคนลิ้น หรือ Uvulopalatopharyngoplasty (UPPPX)
  • ผ่าตัดเลื่อนกรามเพื่อให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น

3 ท่ากายบริหาร ช่วยลดปัญหาอาการนอนกรน

นอกจากแนวทางการรักษาทางด้านบนแล้ว เรายังสามารถป้องกันและแก้ไขอาการนอนกรนได้ด้วยตนเอง โดยทำท่ากายบริหารง่ายๆ ซึ่งเป็นการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณช่วงปากมีความแข็งแรงมากขึ้น อาการนอนกรนก็จะลดลงได้ โดยผู้อ่านสามารถทำตามได้ทั้งหมด 3 ท่าด้วยกัน ดังนี้

ท่าที่ 1 ท่าบริหารสำหรับเพดานอ่อน

เป็นท่ากายบริหารที่ช่วยให้หลอดลมขยายมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้อากาศเข้าสู่ปอดได้มากขึ้นนั่นเอง วิธีการทำคือในขั้นตอนแรกคือ ให้หายใจเข้าเต็มปอดทางจมูก หลังจากนั้นให้หายใจออกทางปากโดยเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ค้างไว้ 5 วินาทีขณะที่หายใจออกให้แขม่วท้องร่วมด้วยให้ทำซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ เป็นจำนวน 4 รอบ/วัน

ท่าที่ 2 ท่าบริหารสำหรับกล้ามเนื้อรอบลำคอ

เป็นกายบริหารที่ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอมีความแข็งแรงมากขึ้น วิธีการทำกายบริหารท่านี้ เริ่มต้นให้ผู้ออกกำลังกายอ้าปากให้กว้างที่สุด หลังจากนั้นให้แลบลิ้นออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ จากนั้นให้ทำค้างไว้ประมาณ 5 วินาที โดยผู้ออกกำลังกายต้องทำท่านี้ซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ เป็นจำนวน 4 รอบ/วัน

ท่าที่ 3 ท่าบริหารสำหรับลิ้น

กายบริหารท่านี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความตึงตัวและความแข็งแรงให้กับลิ้นและกล้ามเนื้อรอบลำคอ สำหรับการทำกายบริหารท่านี้ ผู้ออกกำลังกายต้องหน้ามองตรง ให้ตำแหน่งปลายลิ้นแตะที่ด้านหลังของฟันหน้า จากนั้นให้เลื่อนลิ้นกลับให้ทำซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ เป็นจำนวน 4 รอบ/วัน อย่างไรก็ดี โรคนอนกรน เป็นโรคที่ไม่ควรปล่อยหรือละเลยให้เกิดอาการอย่างยาวนาน เนื่องจากอันตรายมากกว่าที่คิด แม้จะเป็นเพียง การกรน ที่เกิดขึ้นเพียงแค่ขณะหลับ แต่ก็ส่งผลเสียมากกว่าที่ทุกคนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโรคเล็กๆ เช่น ความดันต่างๆ ไปจนถึงอาการอันตรายมากๆ อย่างอาการหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่แก้ไข ก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เป็นได้ ดังนั้น ทุกคนควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลของโรคนี้ และหากมีความสงสัยว่าตนเองมีภาวะนี้หรือไม่ก็ควรรีบเข้าปรึกษาแพทย์โดยไวที่สุด เพื่อที่จะได้รีบรักษาอย่างทันท่วงทีนั่นเอง
——————————–
ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  •   ปวดเอวเวลานอน-สาเหตุการนอนไม่หลับ แก้ยังไงดี
  •   “ปวดหลังเรื้อรัง” 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณปวดหลังแบบไม่รู้ตัว
  •   การจัดท่านอนหงาย แบบแขนเหยียดข้างลำตัว

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

 
 
 

Add Comment Cancel


Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล พ.ค. 28

    “ออก...

  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี? พ.ค. 28

    โรคหอบหืด ...

  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง พ.ค. 28

    กายภาพบำบั...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี?
  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง
  • เตรียมตัวแข่ง Hyrox อย่างไรไม่ให้เจ็บ? คู่มือฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนลงสนาม
  • กายภาพบำบัด ปวดเข่า วิ่ง แก้ปัญหาเข่าพัง ให้กลับมาวิ่งได้ไร้กังวล

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์