เจ็บหนังศีรษะ แตะแล้วเจ็บ ด้านซ้ายที ด้านขวาที ภาวะกล้ามเนื้อศีรษะเกร็งที่ควรแก้
อาการเจ็บหนังศีรษะ แตะแล้วเจ็บ หรือรู้สึกปวดจี๊ดๆ แปล๊บๆ เหมือนโดนดึงผม เข็มทิ่ม หรือไฟช็อต มักเกิดจาก ภาวะเส้นประสาทบริเวณหนังศีรษะทำงานผิดปกติ (Occipital Neuralgia) ร่วมกับ ภาวะกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และศีรษะเกร็งตึง (Tension Headaches / Myofascial Pain) แม้อาการส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตและหายได้เอง แต่หากมีอาการเรื้อรัง ปวดสลับซ้ายขวา หรือปวดรุนแรง ควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาทางกายภาพบำบัดอย่างถูกต้อง
เจ็บหนังศีรษะ แตะแล้วเจ็บ เกิดจากสาเหตุอะไร และอันตรายไหม?
สาเหตุหลักเกิดจาก เส้นประสาทบริเวณหนังศีรษะอักเสบหรือถูกกดทับ และ กล้ามเนื้อรอบศีรษะเกร็งตึงจากการใช้งาน ส่วนใหญ่ไม่อันตรายร้ายแรง แต่เป็นสัญญาณเตือนของความตึงเครียดและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจประกอบด้วย…
-
เส้นประสาทหนังศีรษะอักเสบ (Occipital Neuralgia): เกิดจากเส้นประสาทที่วิ่งจากต้นคอขึ้นไปบนหนังศีรษะถูกกดทับหรืออักเสบ ทำให้เกิดอาการเจ็บแปล๊บๆ เหมือนไฟช็อต หรือลูบผมแล้วเจ็บ
-
กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นตึงตัว (Tension-type / Muscle Spasm): การนั่งทำงานท่าเดิมนานๆ ความเครียด หรือการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า และศีรษะหดเกร็ง ส่งผลให้รู้สึกปวดตึงเหมือนมีอะไรมารัด
-
โรคไมเกรน (Migraine): มักปวดข้างเดียวสลับซ้ายขวาได้ มีอาการปวดตุ๊บๆ และอาจมีอาการร่วม เช่น คลื่นไส้ ตาพร่า หรือสู้แสงไม่ได้
-
สาเหตุร้ายแรงในสมอง (พบได้น้อย): หากมีอาการปวดรุนแรงเฉียบพลัน ปวดมากช่วงเช้า มีอาการอาเจียนพุ่ง หรือแขนขาอ่อนแรง อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในสมองที่ต้องรีบพบแพทย์
ลักษณะอาการปวดศีรษะแต่ละด้านและแต่ละแบบ บอกอะไรได้บ้าง?
ตำแหน่งและลักษณะการปวด (ซ้าย ขวา หรือเหมือนโดนดึง) สามารถระบุต้นเหตุของโรคได้ ตั้งแต่ภาวะกล้ามเนื้อเกร็ง ไมเกรน ไปจนถึงเส้นประสาทอักเสบ
-
ปวดหัวจี๊ด เหมือนเข็มทิ่มข้างขวา: เกิดจากปลายเส้นประสาทอักเสบ หรือการเกร็งของกล้ามเนื้อจากการทำงานระหว่างวัน ในบางรายอาจเป็นไมเกรนที่มีอาการปวดเบ้าตาและคลื่นไส้ร่วมด้วย
-
ปวดหัวแปล๊บๆ เหมือนไฟช็อตข้างซ้าย: มักเกี่ยวข้องกับโรคไมเกรน หรือเส้นประสาทฝั่งซ้ายถูกกดทับ แม้ผู้ป่วยบางรายจะปวดสลับซ้ายขวาได้ แต่ไมเกรนส่วนใหญ่มักส่งผลต่อศีรษะด้านใดด้านหนึ่งเป็นหลัก
-
เจ็บหนังหัว เหมือนโดนดึงผม / ลูบผมแล้วเจ็บ: เป็นอาการแสดงชัดเจนของความผิดปกติที่ปลายประสาท (Allodynia) โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากความวิตกกังวล ความเครียด หรือสะสมความเมื่อยล้า
วิธีแก้และแนวทางการรักษาอาการเจ็บหนังศีรษะ
หากมีอาการเจ็บหนังศีรษะ สามารถดูแลและรักษาได้ตามขั้นตอนและเทคโนโลยีทางกายภาพบำบัด ดังนี้:
1. แนวทางการดูแลและรักษาเบื้องต้น
-
ปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงท่าทางที่กระตุ้นให้อาการกำเริบ เช่น การก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ
-
พักผ่อนและพักสายตา: นอนหลับให้เพียงพอ และพักสายตาเป็นระยะระหว่างทำงาน
-
ทานยาบรรเทาอาการ: ทานยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อตามคำแนะนำของแพทย์/เภสัชกรเมื่อมีอาการปวดมาก
2. การฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดและเทคโนโลยี
-
กรณีอาการเพิ่งเป็น / ไม่รุนแรง: ใช้ อัลตราซาวนด์บำบัด (Ultrasound Therapy) ช่วยคลายกล้ามเนื้อชั้นนอก บริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ เพื่อลดการส่งผ่านความปวดขึ้นไปที่หนังศีรษะ
-
กรณีอาการเรื้อรัง / กล้ามเนื้อเกร็งลึก: แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะใช้ การฝกเข็มสะกิดจุดปวด (Dry Needling) เพื่อคลายปมกล้ามเนื้อลึก (Trigger Points) ที่อัลตราซาวนด์เข้าไม่ถึง
-
เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS – Transcranial Magnetic Stimulation): ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหนี่ยวนำผ่านหนังศีรษะเข้าไป 1–3 เซนติเมตร เพื่อปรับการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ กระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท ช่วยฟื้นฟูอาการปวดเรื้อรังจากระบบประสาทโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ และไม่ต้องพักฟื้น
3. 4 ท่านวดศีรษะ คลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด (ทำเองได้ที่บ้าน)
-
ท่าที่ 1 นวดกลางศีรษะ: ใช้นิ้วทั้ง 10 นิ้ว นวดลงน้ำหนักสม่ำเสมอจากกลางศีรษะ ไล่ไปท้ายทอย และแยกไปหลังใบหูทั้งสองข้าง (ทำ 1 ครั้ง / เซต)
-
ท่าที่ 2 นวดบริเวณต้นคอ: วางมือทั้งสองข้างไว้ที่ต้นคอ ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดไล่ขึ้นไปถึงท้ายทอย ช่วยลดเจ็บหนังศีรษะและผ่อนคลายความเครียด (ทำ 3 ครั้ง / เซต)
-
ท่าที่ 3 นวดขมับ: ใช้นิ้วโป้งนวดวนบริเวณขมับทั้งสองข้าง ไล่ลงไปท้ายทอย แล้วนวดขึ้นด้านบน จากนั้นลูบจากโคนผมลงปลายผม ช่วยให้สมองโล่ง (ทำ 2 ครั้ง / เซต)
-
ท่าที่ 4 นวดทั่วศีรษะ: ใช้นิ้วมือนวดวนเป็นวงกลมให้ทั่วศีรษะด้วยน้ำหนักเท่าๆ กัน ประมาณ 3 นาที ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด (ทำ 3 ครั้ง / เซต)
การรักษา “อาการเจ็บหนังศีรษะ”ทางกายภาพบำบัดจากนักกายภาพบำบัดผู้ชำนาญการ ที่ Newton Em Clinic
อาการเจ็บหนังศีรษะเวลารูบหรือแตะ โดนส่วนใหญ่มักถูกมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นแค่ความตึงเครียดชั่วคราว แต่ในทางกายภาพบำบัด การปล่อยให้กล้ามเนื้อคอบ่าไหล่เกร็งสะสมเรื้อรัง อาจส่งผลให้เส้นประสาท Occipital ถูกกดทับจนกลายเป็นอาการปวดประสาทเรื้อรังได้ การเข้ามารับการตรวจประเมินโครงสร้างกล้ามเนื้อและระบบประสาทตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดในระยะยาว
สรุป ข้อควรรู้เกี่ยวกับอาการ “เจ็บหนังศีรษะ”
อาการ เจ็บหนังศีรษะ แตะแล้วเจ็บ แม้ส่วนใหญ่จะเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อศีรษะเกร็งตึงและเส้นประสาทอักเสบที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง การปรับพฤติกรรม นวดผ่อนคลาย รวมถึงการใช้นวัตกรรมทางกายภาพบำบัด เช่น Dry Needling หรือ เทคโนโลยี TMS จะช่วยฟื้นฟูอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
รักษาอาการเจ็บหนังศีรษะและอาการปวดเรื้อรังที่ไหนดี? ทำความรู้จัก Newton EM Physiotherapy Clinic
หากคุณมีปัญหาอาการเจ็บหนังศีรษะ ปวดหัวเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอบ่าไหล่ หรือภาวะกล้ามเนื้อเกร็งตึง Newton EM Physiotherapy Clinic เป็นคลินิกกายภาพบำบัดเฉพาะทางที่พร้อมดูแลและฟื้นฟูสุขภาพร่างกายของคุณและทุกคนในครอบครัวค่ะ
เรามีทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการฟื้นฟูและรักษาอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจประเมินโครงสร้างร่างกาย การทำกายภาพบำบัดคลายปมกล้ามเนื้อ (Dry Needling), อัลตราซาวนด์บำบัด, การดึงคอ/ดึงหลัง, การปรับพฤติกรรม ตลอดจนนวัตกรรมฟื้นฟูระบบประสาทและสมองด้วยเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS)
มาพร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน ครบครัน และสะอาดปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไร้อาการปวดค่ะ
ปัจจุบัน Newton EM Physiotherapy Clinic พร้อมให้บริการทั้งหมด 5 สาขา เพื่อให้คนไข้สามารถเลือกเข้ารับบริการในสาขาที่เดินทางได้สะดวก ดังนี้ค่ะ:
หากกำลังเผชิญกับอาการเจ็บหนังศีรษะ ปวดหัวเรื้อรัง หรือมีปัญหาปวดกล้ามเนื้อในจุดต่างๆ สามารถทักเข้ามาสอบถามข้อมูล ปรึกษาอาการเบื้องต้น หรือนัดหมายคิวตรวจประเมินกับทาง Newton EM Physiotherapy Clinic ได้ทุกสาขาที่สะดวกเลยค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: เจ็บหนังศีรษะ แตะแล้วเจ็บ แบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที?
A: หากมีอาการปวดรุนแรงจนต้องตื่นกลางดึก, กินยาหรือพักผ่อนแล้วไม่ดีขึ้น, มีอาการปวดร่วมกับตาพร่ามัว อาเจียนพุ่ง แขนขาอ่อนแรง หรือไข้สูง ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจหาสาเหตุในระบบสมอง
Q: การรักษาด้วย TMS อันตรายหรือไม่ และต้องพักฟื้นไหม?
A: การรักษาด้วย TMS มีความปลอดภัยสูง ไม่ทำให้เกิดบาดแผล ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
——————————–
ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง
บทความที่น่าสนใจ
- ปวดเอวเวลานอน-สาเหตุการนอนไม่หลับ แก้ยังไงดี
- “ปวดหลังเรื้อรัง” 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณปวดหลังแบบไม่รู้ตัว
- “ฝังเข็ม” วิธีรักษาทางกายภาพบำบัดของโรคออฟฟิศซินโดรม


