NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

ลูก คอเอียง ทำยังไงดี ภาวะในเด็กที่ไม่ควรมองข้าม

ลูก คอเอียง ทำยังไงดี ภาวะในเด็กที่ไม่ควรมองข้าม
แสดงทั้งหมด

“คอเอียง” อาการที่มักเกิดกับเด็กทารกที่ลักษณะของคอจะเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง และมักเกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิดอีกด้วย พ่อแม่หลายๆ คนค่อนข้างกังวลใจเนื่องจากหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำส่งผลให้เด็กๆ เติบโตขึ้นและใช้ชีวิตที่ลำบากกว่าปกติ เนื่องจากภาวะนี้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยตรงนั่นเอง ดังนั้น เพื่อป้องกันและหาวิธีการรักษาภาวะนี้ในทารก ผู้ปกครองจึงต้องศึกษารายละเอียดของโรคนี้ให้เข้าใจอย่างแท้จริงเสียก่อน

ลูก คอเอียง ทำยังไงดี ภาวะในเด็กที่ไม่ควรมองข้าม

“คอเอียง” ในทารกเกิดจากอะไร มีความเจ็บปวดหรือไม่?

การผิดปกติของลักษณะคอในทารกเช่นนี้ สามารถพบได้บ่อยในเด็กถึงร้อยละ 90 เลยทีเดียว โดยทั่วไปแล้วเป็นชนิดไม่ร้ายแรง แต่สร้างความกังวลให้คุณพ่อคุณแม่ได้ไม่น้อย อย่างไรก็ดี การที่ทารกมีอาการเช่นนี้ควรได้รับการรักษา เพราะมิเช่นนั้นอาจเกิดการเอียงไปจนโตด้วย และอาจส่งผลให้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้ปกครองจึงต้องรีบรักษาโรคนี้ในทารกอย่างทันท่วงที

สาเหตุของโรค มาจาก…

Torticollis เป็นคำภาษาละติน มีความหมายว่า “คอบิด” อาการนี้เกิดจากกล้ามเนื้อคอด้านข้างฝั่งหนึ่งบวม ผลก็คือกล้ามเนื้อส่วนนั้นจะสั้นลงและดึงคอให้เอียงไปทางหนึ่ง การบวมของกล้ามเนื้อมักเกิดจากเด็กทารกถูกบีบอัด หรืออยู่ผิดท่าตอนอยู่ในครรภ์ โดยกล้ามเนื้อที่พบว่าเป็นสาเหตุได้บ่อยที่สุด คือ กล้ามเนื้อด้านข้างคอ (Sternocleidomastoid) ที่เกาะยึดระหว่างกระดูกด้านหลังหูกับส่วนหน้าของกระดูกไหปลาร้าหดสั้นลงทำให้ศีรษะเอียงไปด้านที่กล้ามเนื้อหดสั้นแต่ใบหน้าจะบิดหันไปด้านตรงข้าม

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีภาวะ “คอเอียง”

ลักษณะอาการ:

หากจะกล่าวตามจริงแล้ว ถ้าทารกมีภาวะเช่นนี้มาตั้งแต่กำเนิด ก็มักจะทำให้หัวของเด็กมีลักษณะเอียงไปด้านหนึ่ง และทำให้การเคลื่อนไหวถูกจำกัด สังเกตได้จากเด็กจะมีปัญหาในการขยับหัว เด็กอาจจะมีก้อนเล็ก ๆ ที่ด้านข้างของคอซึ่งจะสลายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเด็กทารกที่มีอาการนี้จะสังเกตเห็นได้เมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ ซึ่งจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคได้โดยการเอกซเรย์นั่นเอง

ช่วงเวลาที่สามารถสังเกตได้:

ภาวะคอผิดปกติเช่นนี้ สามารถพบได้ตั้งแต่ในเด็ก 1 เดือนขึ้นไป แต่ถ้าหากจะให้ชัดเจนที่สุด ผู้ปกครองสามารถสังเกตได้ตั้งแต่ลูกมีอายุ 2 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้น เนื่องจากทารกจะเริ่มตั้งคอตนเองได้บ้างแล้วนั่นเอง

ภาวะนี้ อันตรายหรือไม่ มีความเจ็บปวดหรือเปล่า?

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่า โรคนี้ไม่ได้มีความร้ายแรงใดๆ ต่อทารก และเช่นเดียวกันว่าไม่ได้ส่งผลให้ทารกเกิดความเจ็บปวดใดๆ และถึงแม้ท่าทางลักษณะคอที่เอียงเช่นนี้จะทำให้ใช้ชีวิตลำบาก แต่อาการโรคนี้ไม่เจ็บเลย

ทารกคนใดบ้างที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะโรคนี้

เด็กทารกที่ตัวใหญ่ หรือเป็นคู่แฝดที่เบียดกันอยู่ในมดลูกมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคคอเอียงแต่กำเนิดมากกว่า ความเสี่ยงอื่นๆ เกิดจากการคลอดที่มีการใช้อุปกรณ์ปากคีบหรือเครื่องดูดเป็นตัวช่วย เป็นต้น

แนวทางการรักษา

1. การเข้ารับการผ่าตัด

การผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหากล้ามเนื้อหดสั้น ถ้ายืดกล้ามเนื้อหดสั้นไม่ ได้ผลหลังอายุ 1 ปีควรรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อให้มีสมดุลของศีรษะและใบหน้าดีขึ้น การผ่าตัดมักได้ผลดีพอสมควร อายุเหมาะสมที่สุดคือ 1-4 ปี ในผู้ป่วยที่มีอายุมากขึ้น แต่ก็อาจจะไม่ได้รับผลการผ่าตัดที่ดีเท่าเด็กๆ ที่อยู่ในช่วงอายุเหมาะสม อย่างไรก็ดี การผ่าตัดนั้นสามารถทำได้หลายวิธี และค่อนข้างเป็นที่นิยม เพราะนอกจากจะสามารถตั้งคอได้ตรงแล้ว ก็ยังสามารถป้องกันการเกิดซ้ำได้ด้วย

2. การยืดกล้ามเนื้อและกายภาพบำบัด

โรคคอผิดปกติเช่นนนี้ มักหายไปเองด้วยการยืดกล้ามเนื้อเบาๆ และให้ลูกมีช่วงเวลานอนคว่ำเล่น (tummy time) บ่อยๆ นอกจากนี้ การให้เด็กนอนหงายและหันหัวไปทางตรงกันข้ามกับฝั่งที่คอเอียงก็สามารถช่วยได้ ในบางกรณีที่อาการหนักมาก ผู้ดูแลควรเรียนรู้ถึงวิธีการยืดที่ถูกต้อง เช่นจากนักกายภาพบำบัดเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อเด็กโดยฉพาะการยืดด้วยวิธีดัด (passive stretch) ควรหยุดทำถ้าเด็กดิ้นหรือฝืนเพราะอาจทำให้แย่ลงได้

ตัวอย่าง “ท่ายืดกล้ามเนื้อ” และ “ท่ากายภาพบำบัด” เพื่อรักษาภาวะคอเอียงในเด็ก

กายภาพบำบัด

  • ในกรณีที่เด็กเอียงคอไปทางด้านขวา ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อคอเอียงขวา ใบหน้าของเด็กจะหันไปทางซ้ายและหากคอมีการเอียงไปทางด้านซ้าย ใบหน้าก็จะหันขวา ดังนั้น ผู้ปกครองต้องเริ่มจากการที่อุ้มลูกโดยให้ลักษณะลำตัวของพวกเขาขนานกับพื้น หลังจากนั้นให้ผู้ปกครองนำมือมาประคองใบหน้าโดยให้มือแนบกับหูและจับหันมาอีกทางหนึ่ง เช่น หากคอของทารกเอียงมาทางขวาก็ให้นำมือประคองใบหน้าลูกมาทางซ้ายเพื่อฝืนคอมาอีกทางหนึ่งนั่นเอง
  • ในท่านี้ให้ทำคล้ายกับท่าแรกคือ ผู้ปกครองอุ้มลูกโดยให้ลักษณะลำตัวของพวกเขาขนานกับพื้น แต่ครั้งนี้ไม่ต้องนำมือมาเพื่อดันใบหน้าของลูกให้มาอีกทางหนึ่ง โดยจะเน้นให้ลูกพยายามผงกคอและฝืนตั้งคอด้วยตนเอง

ยืดกล้ามเนื้อ

  • ท่าเงยหน้าเล็กน้อย เช่น นอนหงายบนตัก จัดให้หูข้างตรงข้ามกับกล้ามเนื้อหดสั้นมาสัมผัสที่ ไหล่ข้างเดียวกันและอีกวิธีโดยหันหน้าจัดให้คางสัมผัสกับไหล่ ข้างที่ มีกล้ามเนื้อหดสั้น  แต่ละท่ายืดค้างนานประมาณนับเลข 1-10 ต่อครั้ง ติดต่อกัน 15-20 ครั้งเป็น 1 รอบ ทำประมาณ 4-6 รอบในแต่ละวัน
  • การยืดแบบที่ให้เด็กหันศีรษะเอง (active stretch) วิธีนี้มีความปลอดภัยมากกว่า โดยต้องหาวิธีการที่จะล่อให้เด็กหันหน้ามาด้านที่มีคอเอียงที่มีกล้ามเนื้อหดสั้น วิธีการที่นิยมใช้ได้ผลดี เช่น การให้นม หรือล่อให้มองตามในสิ่งที่สนใจ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี หากผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติของลูก ก็ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและการรักษา อย่านิ่งนอนใจ เพราะสุขภาพของลูกคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะจากที่ได้กล่าวไปว่าภาวะเช่นนี้บ้างก็สามารถหายได้เอง บ้างก็ต้องรักษาและทำกายภาพบำบัด ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ นักกายภาพบำบัด เพื่อที่จะทำการฟื้นฟูได้อย่างถูกต้องเพื่อคุณภาพของชีวิตของลูกน้อยที่ดีขึ้นนั่นเอง

——————————–

ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  •   “น้ำนมไม่ไหล” เสี่ยงภาวะท่อน้ำนมอุดตันหรือไม่?
  •     5 ท่ากายภาพสำหรับฟื้นฟูหญิงหลังคลอด
  •   “สมองพิการ” กับการทำกายภาพ ยิ่งทำยิ่งส่งผลดี

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

 

Add Comment Cancel


Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล พ.ค. 28

    “ออก...

  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี? พ.ค. 28

    โรคหอบหืด ...

  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง พ.ค. 28

    กายภาพบำบั...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี?
  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง
  • เตรียมตัวแข่ง Hyrox อย่างไรไม่ให้เจ็บ? คู่มือฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนลงสนาม
  • กายภาพบำบัด ปวดเข่า วิ่ง แก้ปัญหาเข่าพัง ให้กลับมาวิ่งได้ไร้กังวล

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์