NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

ขาอ่อนแรงในวัยทำงาน เกิดจากอะไร หายขาดได้หรือไม่?

ขาอ่อนแรงในวัยทำงาน เกิดจากอะไร หายขาดได้หรือไม่?
อาการปวดขาอาการปวดทั่วไป
ขาอ่อนแรงในวัยทำงาน เป็นเรื่องที่ค่อนข้างอันตราย เนื่องจากส่วนใหญ่คนในวัยทำงานจะไม่รู้ตัวเลยว่าอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรเนื่องจากมีหลายปัจจัยเสี่ยงมากๆ ที่ทำให้คนวัยทำงานเกิดอาการกล้ามเนื้อแขนหรือขาอ่อนแรง ทั้งนี้ แม้ชื่อโรคจะฟังดูแล้วไม่มีอะไร แต่ต้องบอกก่อนเลยว่ากล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงนั้น หากเกิดในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุ อาจทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว โดยยังไม่รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ตามมา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนวัยทำงานจึงต้องทำความรู้จักกับอาการเช่นนี้เอาไว้

 ขาอ่อนแรงในวัยทำงาน เกิดจากอะไร หายขาดได้หรือไม่?

ขาอ่อนแรงในวัยทำงาน เกิดจากอะไร เป็นสัญญาณจากโรคร้ายแรงหรือไม่?

ขาอ่อนแรงเป็นอาการที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นในวัยเด็กจนถึงวัยชรา เช่น ขาอ่อนแรงในเด็กที่มีผลมาจากพัฒนาการของสมองผิดปกติ ขาอ่อนแรงในวัยกลางคนเนื่องจากมีภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท อุบัติเหตุหรือมีภาวะหลอดเลือดสมองอักเสบ รวมทั้งวัยสูงอายุที่มีการเคลื่อนไหวน้อยลง ประกอบกับสมรรถภาพทางร่างกายที่ถดถอยส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อน้อยลงจึงอาจทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบ ก็มักจะพบการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาร่วมด้วยเช่นกัน

แขนขาอ่อนแรง คืออะไร?

เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือเซลล์ประสาทนำคำสั่ง จึงส่งผลให้แขนขาอ่อนแรงลง หรืออาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น กลืนลำบาก พูดไม่ชัด พูดไม่ออก อาการแขนขาอ่อนแรง มักจะเริ่มต้นจากบริเวณมือ แขน ขา หรือเท้าข้างใดข้างหนึ่งก่อน อาจจะเป็นในลักษณะ ยกแขนไม่ขึ้น กำมือไม่ได้ หยิบจับของอะไรแล้วหล่นง่าย จากนั้น หากมีอาการที่หนักหรือรุนแรงขึ้น ก็จะเริ่มลุกลามไปสู่อวัยวะอื่นๆ โดยอาจเป็นไปในลักษณะของการอ่อนแรงครึ่งซีก หรือทั้งตัว ซึ่งหากพบสัญญาณดังกล่าว นั่นเป็นการเตือนว่า มีความผิดปกติของโรคที่อยู่ในระดับอันตรายแล้ว

สาเหตุของขาอ่อนแรง มีอะไรบ้าง?

1. ขาอ่อนแรงจากระบบประสาท

รวมความผิดปกติของสมอง ไขสันหลังและเส้นประสาท ซึ่งทำหน้าที่สั่งการให้กล้ามเนื้อเกิดการเคลื่อนไหว เช่น การอ่อนแรงจากโรคหลอดเลือดสมอง การอ่อนแรงจากเส้นประสาทถูกกดทับหรือได้รับบาดเจ็บ

2. ขาอ่อนแรงจากระบบกล้ามเนื้อ

เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นโดยตรงกับกล้ามเนื้อบริเวณขา ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว เช่น การฝ่อลีบจากการไม่ได้ใช้งาน

3. ขาอ่อนแรงจากการไม่ได้ใช้งาน

มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่นอนติดเตียงนาน ๆ หรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติในผู้สูงอายุที่เมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากการเคลื่อนไหวของร่างกายที่น้อยลงทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบ

4. ขาอ่อนแรงจากโรคภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ

เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia Gravis) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis) เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีผลให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบางส่วน หรืออ่อนแรงทั้งร่างกายได้

5. ขาอ่อนแรงที่เกิดจากระบบหัวใจและหลอดเลือด

ความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจ เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยง่าย อ่อนล้า และสมรรถภาพโดยรวมของร่างกายลดลงก็อาจทำให้ร่างกายอ่อนแรงลง

แขนขาอ่อนแรง อันตรายอย่างไร?

ความร้ายกาจของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง คือ ผู้ป่วยจะยังคงทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตต่างๆ ได้เป็นปกติในช่วงแรกๆ ของวัน แต่หลังจากนั้นจะค่อยๆ มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดขึ้นได้ ซึ่งหากผู้ป่วยได้หยุดพักหรือหยุดใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นไปชั่วขณะ ก็สามารถฟื้นฟูให้กล้ามเนื้อกลับมาใช้งานตามปกติได้อีกเช่นเดียวกัน แต่คงดีกว่าหากผู้ป่วยไม่ปล่อยให้อาการของกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดขึ้นซ้ำๆ แบบเรื้อรัง เพราะความรุนแรงของโรคยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ เช่น
  • ภาวะหายใจล้มเหลว จากความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจ
  • ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ จากการทำงานที่ผิดปกติของต่อมไทรอยด์
  • ความเสี่ยงต่อการสำลัก จากความผิดปกติของกล้ามเนื้อลำคอ
  • ความเสี่ยงต่อโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคพุ่มพวง (SLE)

แขนขาอ่อนแรง อาการจากโรคหลอดเลือดสมอง

แขนขาอ่อนแรงนั้น เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง หรือมีเลือดออกและไปเบียดทับเนื้อสมอง ภาวะสมองขาดเลือด ส่วนใหญ่จะเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic stroke) หรือหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic stroke) คือผนังหลอดเลือดแตก ทำให้มีเลือดคั่งในเนื้อสมอง โดยโรคนี้ถือว่าร้ายแรงเป็นอย่างมาก เพราะมีโอกาสทำให้เกิด อัมพฤกษ์ อัมพาต (แขนและขาอ่อนแรงครึ่งซีก) ทำให้มีปัญหาทางด้านความคิด สูญเสียความจำ มีปัญหาทางด้านการพูด ขั้นที่รุนแรงมาก คือ อาจเสียชีวิตได้ สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้คือ อาการแขนขาอ่อนแรงจากโรคหลอดเลือดสมองตีบนี้มักจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันทันทีทันใด ดังนั้นถ้าพบอาการแขนขาอ่อนแรงเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ เพื่อให้การรักษาและวินิจฉัยโดยด่วน 

วิธีการรักษาอาการขาอ่อนแรง

การรักษาอาการขาอ่อนแรงโดยการกายภาพบำบัดขาในเบื้องต้น ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อน เพื่อจะได้มีวิธีการฟื้นฟูอย่างถูกต้อง ซึ่งการรักษาจะรักษาตามการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้

1. กล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดที่ขาดเส้นประสาทมาเลี้ยง

เนื่องจากเส้นประสาทที่เป็นทางเดินของกระแสประสาทถูกตัดขาด ทำให้กระแสประสาทไม่สามารถเดินทางไปสั่งการให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ กล้ามเนื้อจึงฝ่อลีบลง ปัจจุบันการฟื้นฟูด้วยการกระตุ้นไฟฟ้า เป็นวิธีเดียวในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ขาดประสาทมาเลี้ยง เพื่อสั่งการให้กล้ามเนื้อหดตัว ทำให้ชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อได้ นอกจากการรักษากล้ามเนื้อด้วยการกระตุ้นไฟฟ้าแล้วควรมีการออกกำลังกายร่วมด้วย เพื่อป้องกันข้อต่อติดขัดจากการไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะต้องให้นักกายภาพบำบัดช่วยเหลือ หรือใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินในการเริ่มต้นออกกำลังกายได้

 2. กล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดที่ยังมีเส้นประสาทมาเลี้ยง

กรณีของกล้ามเนื้อที่ยังมีเส้นประสาทมาเลี้ยง การฟื้นฟูจะมุ่งเน้นไปที่การออกกำลังกายตามความสามารถของกล้ามเนื้อของผู้ป่วย และมักใช้วิธีออกกำลังกายแบบช่วยเหลือ โดยอาจจะให้นักกายภาพบำบัดช่วยจัดท่าและออกแรงช่วยในการออกกำลังกาย หรือหากผู้ป่วยพอมีแรงออกกำลังกายเอง เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม จึงต้องอาศัยเครื่องมือออกกำลังกายชนิดต่างๆ เช่น เครื่องแขวนทางกายภาพบำบัด (Suspension) หรืออุปกรณ์ช่วยเดิน(Gait Trainer) อื่นๆ

วิธีการออกกำลังกายและฟื้นฟูตนเองเบื้องต้นที่บ้าน เมื่อมีอาการขาอ่อนแรง

หลังจากพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อคัดกรองอาการขาอ่อนแรงที่เป็นสัญญาณของโรคหรือความผิดปกติที่รุนแรงแล้ว คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีอาการขาอ่อนมีดังนี้

ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadricep exercise)

เริ่มจากนั่งบนเก้าอี้ให้มั่นคง เหยียดเข่าข้างที่อ่อนแรงออกไปด้านหน้าให้สุด ถ้าทำได้ดีอาจจะเพิ่มความยากด้วยการใช้ถุงทราย (Weight cuff) ถ่วงที่ข้อเท้า เริ่มจากน้ำหนักน้อยๆ และค่อยๆ ปรับให้น้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ

ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring exercise)

นอนคว่ำบนเตียงค่อยๆ พับเข่าข้างที่อ่อนแรงจนส้นเท้าสัมผัสก้น ถ้าทำได้ดีอาจจะเพิ่มความยากด้วยการใช้ถุงทรายถ่วงที่ข้อเท้า เริ่มจากน้ำหนักน้อยๆ แล้วค่อยๆ ปรับให้น้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ

ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่อง (Triceps surae)

ยืนเกาะวัสดุที่มั่นคง เช่น ขอบโต๊ะ หายใจออก เขย่งปลายเท้าจนสุด หายใจเข้า และค่อยกลับมายืนตำแหน่งเดิม อย่างไรก็ดี ขาอ่อนแรงเป็นอาการที่พบได้บ่อย การหมั่นสังเกตตัวเองจะช่วยทำให้เข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งมักจะให้ผลการรักษาที่น่าพอใจกว่า บางรายอาจจะมีการอ่อนแรงชัดเจนขณะเดิน บางรายอาจจะมีอาการอ่อนแรงขณะเดินขึ้นลงบันไดเท่านั้น นอกจากนี้การอ่อนแรงแบบเฉียบพลันภายใน 1-2 วันยังเป็นอาการแสดงของโรคหลอดเลือดสมองได้ หากมีอาการผิดปกติ ผู้ป่วยควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดทันที ——————————–
ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  • ปวดเอวเวลานอน-สาเหตุการนอนไม่หลับ แก้ยังไงดี
  • “ปวดหลังเรื้อรัง” 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณปวดหลังแบบไม่รู้ตัว
  • “ฝังเข็ม” วิธีรักษาทางกายภาพบำบัดของโรคออฟฟิศซินโดรม

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล พ.ค. 28

    “ออก...

  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี? พ.ค. 28

    โรคหอบหืด ...

  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง พ.ค. 28

    กายภาพบำบั...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี?
  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง
  • เตรียมตัวแข่ง Hyrox อย่างไรไม่ให้เจ็บ? คู่มือฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนลงสนาม
  • กายภาพบำบัด ปวดเข่า วิ่ง แก้ปัญหาเข่าพัง ให้กลับมาวิ่งได้ไร้กังวล

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์