“ฝึกหายใจ” ฟื้นฟูปอดสู้ยุคโควิด-19
“ฝึกหายใจ” เป็นอีกหนึ่งวิธีการฟื้นฟูที่มีประโยชน์มากกว่าที่ทุกคนคิด จริงอยู่ว่ามนุษย์เรานั้นต้องหายใจเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นขั้นตอนหนึ่งของการดำเนินชีวิต นั่นเองจึงทำให้การฝึกกำหนดลมหายใจเป็นศาสตร์ที่สำคัญสำหรับเราเป็นอย่างมาก ยิ่งโดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีโรคระบาดอย่าง Covid-19 ที่ส่งผลต่อปอดของเราโดยตรง ทั้งในระหว่างที่ติดเชื้อ หรือแม้แต่กระทั่งตอนที่ผู้ป่วยหายจากการติดเชื้อแล้ว แต่ผลในระยะยาวก็ยังส่งผลอยู่ (Long Covid) ซึ่งทำให้การทำงานของปอดเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“ฝึกหายใจ” กายภาพบำบัดง่ายๆ ฟื้นฟูปอด
การหายใจ มีผลกับทุกคน ทุกๆคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายนั้นให้ประโยชน์กับร่างกายมากมาย แต่เรื่องของการ ฝึกกำหนดลมหายใจ ขณะออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน เนื่องจากหากหายใจอย่างไม่ถูกต้องก็จะทำให้การนำเข้า-ออกของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ไม่สมดุลและส่งผลต่อร่างกายโดยตรงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผู้ป่วยจากโรค Covid-19 ที่เชื้อไวรัสนั้นได้ทำลายการทำงานของปอดไปในช่วงหนึ่งและส่งผลให้ปอดทำงานไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“การฝึกหายใจ” มีจุดประสงค์ไว้ เพื่อ….
1.เพื่อลดแรงการหายใจ 2.ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของทรวงอกดีขึ้น 3.เพิ่มการถ่ายเทอากาศของปอดให้ดีขึ้น และ ป้องกันภาวะปอดแฟบ 4.เพิ่มประสิทธิภาพของการไอ 5.เพิ่มความแข็งแรงและประสิทธิภาพของ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ
ประเภทของการฝึกลมหายใจ
ประเภทของการฝึกหายใจสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ ประกอบด้วย
1.การฝึกหายใจที่เน้นการหดตัวของกล้ามเนื้อกะบังลม (Diaphragmatic breathing exercise)
วิธีปฏิบัติ -ท่านั่งหรือท่ายืน -วางมือทั้ง 2 ข้าง บนท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ -สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ให้ท้องป่องออก และค้างไว้ประมาณ 2-4 วินาที -มือจะยกขึ้นตามจังหวะการหายใจเข้า -ผ่อนลมหายใจออกทางจมูกช้าๆ มือที่วางไว้ที่ท้องจะลดลงตามมา ทำ 5-10 ครั้ง
2.การฝึกการหายใจโดยการเผยอริมฝีปาก (Pursed-lip breathing exercise)
วิธีปฏิบัติ หายใจเข้าทางจมูกนับ 1-2 ในใจ หายใจ ออกช้าๆร่วมกับนับ 1-2-3-4 ในใจ ทำ 5-10 ครั้ง
3.การฝึกหายใจ ที่เน้นการขยายตัวของปอด (Lower costal breathing exercise)
วิธีปฏิบัติ -วางมือบริเวณปอดที่มีปัญหา -ให้ผู้ป่วยหายใจเข้าให้ซี่โครงบานออกดันมือที่วางขึ้น -ขณะหายใจออกให้กด มือเบาๆลงตลอด จนถึงช่วงสุดท้ายของการหายใจออก -หลังจากน้ัน ผ่อนมือตามการขยายตัวของทรวงอกขณะ หายใจเข้า หายใจออกตามแบบเดิมข้างต้น ทำ 5-10 ครั้ง ท้ายที่สุด เราสามารถนำวิธีการฝึกกำหนดลมหายใจที่กล่าวมาข้าง ต้นไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยประเมิน จาก ปัญหาของระบบหายใจเป็นหลัก และเลือกใช้ให้ เหมาะสมตามอาการของผู้ป่วยด้วย อย่างไรก็ดี แม้การฝึกกำหนดลมหายใจเช่นนี้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่หากฝึกเยอะไปก็อาจส่งผลให้ปวดและมึนศีรษะได้ ดังนั้น จึงควรฝึกแต่พอประมาณ หรือสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อการฝึกที่ได้ผลดีที่สุดนั่นเอง ——————————–
ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง
บทความที่น่าสนใจ
- “ปวดหลังคอ” มีหลายแบบ-ปวดแบบไหนที่เสี่ยงอันตราย
- “ฝังเข็ม” วิธีรักษาทางกายภาพบำบัดของโรคออฟฟิศซินโดรม
- “กล้ามเนื้ออ่อนแรง” ภัยเงียบที่ต้องเฝ้าระวัง


