NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

หน้าเบี้ยว-มือชา อาการแบบนี้เป็นอะไรกันแน่?

หน้าเบี้ยว-มือชา อาการแบบนี้เป็นอะไรกันแน่?
แสดงทั้งหมด

“หน้าเบี้ยว” “มือชา” อาการที่ดูเหมือนเป็นอาการเล็กๆ ไม่ร้ายแรง แต่ทุกคนทราบหรือไม่ว่าอาการเพียงเท่านี้ก็เป็นสัญญาณบอกอะไรได้หลายอย่างมากๆ เนื่องจากหลายโรคร้ายแรงก็มีอาการเช่นนี้ที่แสดงให้เห็นได้ชัด แต่หากจะกล่าวกันตามจริงอาการ หน้าเบี้ยว มือชา หรือลิ้นแข็ง จะเป็นภาวะที่เกิดขึ้นโดยทันที โดยมักจะมีอาการเตือนมาก่อน เช่น การปวดหลังหู ปิดตาไม่สนิทและแสบตา ทั้งนี้โรคนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ พบได้บ่อยในคนทุกวัยทุกเพศ ทุกอาชีพและทุกเชื้อชาติ โอกาสในการเกิดโรคนี้สูงถึง 1 ใน 500 คนเลยทีเดียว

หน้าเบี้ยว-มือชา อาการแบบนี้เป็นอะไรกันแน่?

หน้าเบี้ยว – มือชา อาการแบบนี้คืออะไร และมีสาเหตุมาจากอะไร?

อาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s palsy) เกิดจากการทำงานผิดปกติของเส้นประสาท และเป็นโรคอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า

สาเหตุ

อาการนี้เกิดจากการที่กล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกเกิดการอ่อนแรง ท้าให้หลับตาได้ไม่สนิท มุมปากตก และขยับใบหน้าซีกนั้นไม่ได้โดยเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทสมองเส้นที่ 7  โรค Bell’s palsy พบในช่วงระหว่าง 13-34 รายต่อประชากร 100,000 รายต่อปี พบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ถึง 3 เท่าในระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์หรือในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด และในผู้ที่มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง

อาการ

อาการของโรคนี้มักจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และรุนแรงภายใน 48 ชั่วโมง โดยจะมีอาการ ดังนี้

  • มีอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง ใบหน้าชา
  • ไม่สามารถยักคิ้วได้ ตาปิดไม่สนิท หนังตา และมุมปากตก รับประทานน้ำแล้วไหลออกมาจากมุมปาก
  • บางรายอาจมีอาการปวดบริเวณหลังใบหู
  • มีอาการระคายเคืองที่ตา รู้สึกตาแห้ง หรือมีน้ำตาไหล
  • รับรสชาติได้น้อยลง

หน้าเบี้ยวแบบนี้ถือว่าเป็นอัมพาตหรือไม่?

โรคหน้าเบี้ยวกับโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตนั้นเป็นคนละโรคกัน โดยโรคหน้าเบี้ยวจะเกิดความผิดปกติขึ้นที่เส้นประสาท แต่โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดสมองจะเกิดความผิดปกติขึ้นที่เนื้อสมอง แม้จะมีอาการหน้าเบี้ยวเหมือนกัน แต่โรคหลอดเลือดสมองจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น แขนและขาอ่อนแรง มีอาการชาตามแขน เป็นต้น

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก

  • หญิงตั้งครรภ์

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่า หญิงตั้งครรภ์หรือจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า โดยจะเกิดขึ้นเฉพาะระยะสามเดือนสุดท้าย รวมถึงหลังคลอดบุตรด้วย

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว

เช่น โรคเบาหวาน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น

  • กรรมพันธุ์

 ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้จะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่ครอบครัวไม่มีประวัติการเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นประสาทและหลอดเลือด

  • ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุ

ซึ่งอาจได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง โดยอาจส่งผลถึงเส้นประสาทที่เป็นตัวความคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้าได้

  • ผู้ที่มีความเครียดสูง

โดยอามีความเครียดมาจากงานหรือชีวิตส่วนตัว ร่วมด้วยการพักผ่อนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

แนวทางการรักษา

1.รักษาด้วยยา

โรคนี้จะดีขึ้น และสามารถหายได้เองโดยใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน หากไม่ได้รับการรักษาจะมีโอกาสหายเป็นปกติประมาณ 65 % แต่หากได้รับการรักษาจะมีโอกาสหายเป็นปกติสูงถึง 97 % โดยโรคนี้จะมีวิธีการรักษา ดังนี้

  • ใช้ยาสเตียรอยด์

เพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาท ควรเริ่มใช้หลังจากเกิดอาการภายใน 72 ชั่วโมง โดยจะต้องรับประทานประมาณ 2 สัปดาห์อย่างต่อเนื่อง และจะมีการปรับยาตามที่แพทย์แนะนำ

  • ใช้ยาฆ่าเชื้อไวรัส

จะใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเริม และงูสวัด

2.รักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด

  • การใช้แผ่นความร้อนไฟฟ้า

ประคบบริเวณใบหน้าข้างที่อ่อนแรง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

  • การกระตุ้นไฟฟ้า

เพื่อชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรงไม่ให้ฝ่อลีบเล็กลง

  • การออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า

เพื่อฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อในขณะที่รอการฟื้นตัวของเส้นประสาท

ตัวอย่างท่าบริหารใบหน้า

ท่าที่ 1 ให้ฝึกยักคิ้วขึ้นทั้งสองข้าง

ท่าที่ 2 ให้ฝึกขมวดคิ้วเข้าหากัน

ท่าที่ 3 ให้ฝึกย่นจมูก

ท่าที่ 4 ให้ฝึกหลับตาหลับตาปี๋

ท่าที่ 5 ให้ฝึกทำจมูกบาน

ท่าที่ 6 ให้ฝึกยิ้มโดยไม่ยกมุมปาก

ท่าที่ 7 ให้ฝึกยิ้มยกมุมปากขึ้น

ท่าที่ 8 ให้ฝึกทำปากจู๋

อย่างไรก็ดี แม้โรคนี้จะสามารถหายเองได้ตามเวลา แต่การปล่อยทิ้งไว้นานก็ไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้น หากใครที่ส่งสัยว่าตนเองมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทหรือหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพื่อจะได้ทำการรักษาและรู้วิธีป้องกันได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง

——————————–

ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  • นั่งนาน ปวดหลัง แก้ได้ไม่ยาก
  • ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Myofascial Pain Syndrome)
  • ปวดหัว มึนหัว ปวดกระบอกตา คล้ายไมเกรน

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

 

Add Comment Cancel


Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล พ.ค. 28

    “ออก...

  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี? พ.ค. 28

    โรคหอบหืด ...

  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง พ.ค. 28

    กายภาพบำบั...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี?
  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง
  • เตรียมตัวแข่ง Hyrox อย่างไรไม่ให้เจ็บ? คู่มือฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนลงสนาม
  • กายภาพบำบัด ปวดเข่า วิ่ง แก้ปัญหาเข่าพัง ให้กลับมาวิ่งได้ไร้กังวล

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์