NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

“เส้นประสาท” กับสารพัดโรคที่ควรระวัง

“เส้นประสาท” กับสารพัดโรคที่ควรระวัง
แสดงทั้งหมด

“เส้นประสาท” อวัยวะที่สำคัญที่สุดอีกระบบหนึ่งของร่างกาย เนื่องจากเป็นสิ่งที่คอยประสานการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายของเราให้สอดคล้องกัน โดยเฉพาะระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่จะเป็นตัวส่งคำสั่งในกระตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา อย่างไรก็ดี ขึ้นชื่อว่าสำคัญที่สุด ก็ย่อมตามมาด้วยการมีความเสี่ยงมากที่สุดด้วยเช่นกัน โดยเราต่างรู้ดีว่าเส้นประสาทนั้นมีมากมายอยู่ในตัวเราซึ่งก็ถูกแบ่งไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกายและหากเส้นประสาทตรงส่วนใดเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็น อักเสบ เคลื่อน หรือถูกกดทับ ก็จะส่งผลต่อร่างกายเราโดยตรง

"เส้นประสาท" กับสารพัดโรคที่ควรระวัง

“เส้นประสาท” มีส่วนใดบ้าง และทำงานอย่างไร?

ระบบประสาท คือ ระบบที่ประกอบด้วยสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาททั่วร่างกาย ซึ่งจะทำหน้าที่ร่วมกันในการควบคุมการทำงานและการรับความรู้สึกของอวัยวะทุกส่วน รวมถึงความรู้สึก นึกคิด อารมณ์ และความทรงจำต่าง ๆ สมองและไขสันหลังจะเป็นศูนย์กลางคอยรับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าทั้งภายในและภายนอกร่างกาย แล้วส่งกระแสคำสั่งผ่านเส้นประสาทที่กระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำงานตามที่ต้องการ

องค์ประกอบของระบบประสาท มีอะไรบ้าง?

ระบบประสาทของคนเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ระบบประสาทส่วนกลาง และระบบประสาทส่วนปลาย

1.ระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System)

ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วย สมอง (brain) และไขสันหลัง (spinal card) ซึ่งเป็นศูนย์กลางควบคุมและประสานการทำงานของร่างกายทั้งหมด

“สมอง”  เป็นอวัยวะที่สำคัญและมีขนาดใหญ่กว่าส่วนอื่น ๆ ของระบบประสาท บรรจุอยู่ภายในกะโหลกศีรษะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 1.4 กิโลกรัม หรือ 3 ปอนด์ สมองแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ชั้นนอกมีสีเทา เรียกว่า เกรย์แมตเตอร์ ซึ่งเป็นที่รวมของเซลล์ประสาท และแอกซอนชนิดที่ไม่มีเยื่อหุ้ม ส่วนชั้นในมีสีขาว เรียกว่า ไวท์ แมตเตอร์เป็นส่วนของใยประสาทที่ออกจากเซลล์ประสาท โดยสมองของสัตว์ชั้นสูงจะเป็นที่รวมของใยประสาทควบคุมอวัยวะต่าง ๆ ที่บริเวณศีรษะทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิด ความจำ ความฉลาด นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางควบคุมระบบประสาททั้งหมดอีกด้วย

“สมอง”

ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ประกอบด้วย

  • สมองส่วนหน้า (Forebrain) 

ประกอบด้วย

ซีรีบรัม (cerebrum)

เป็นสมองส่วนหน้าสุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ทำหน้าที่เกี่ยวกับความจำ ความนึกคิด ไหวพริบ และความรู้สึกผิดชอบ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของส่วนต่างๆ ของร่างกายที่อยู่ใต้อำนาจจิตใจ เช่น ศูนย์ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ การรับสัมผัส การพูด การมองเห็น เป็นต้น

ทาลามัส (thalamus)

เป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าของสมองส่วนกลางหรืออยู่ข้าง ๆ โพรงสมอง ทำหน้าที่เป็นสถานีถ่อยทอดกระแสประสาทที่รับความรู้สึก ก่อนที่จะส่งไปยังสมองที่เกี่ยวข้องกับกระแสประสาทนั้น

ไฮโพทาลามัส (hypothalamus)

สมองส่วนนี้อยู่ใต้ส่วนทาลามัส ซึ่งอยู่ด้านล่างสุดของสมองส่วนหน้า ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การเต้นของหัวใจ การนอนหลับ ความดันเลือด ความหิว ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ เช่น อารมณ์เศร้าโศกเสียใจ เป็นต้น

  • สมองส่วนกลาง  (Midbrain) 

เป็นส่วนที่ต่อจากสมองส่วนหน้า ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของลูกตาและม่านตา เช่น ทำให้ลูกตากลอกไปมาได้ ปิดเปิดม่านตาขณะที่มีแสงเข้ามามากหรือน้อย

  • สมองส่วนท้าย (Hindbrain)

ซีรีเบลลัม (cerebellum)

อยู่ใต้ส่วนล่างของซีรีบรัม ทำหน้าที่ในการดูแลการทำงานของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และระบบกล้ามเนื้อต่าง ๆ ให้ประสานสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสมและราบรื่น อีกทั้งยังเป็นตัวรับกระแสประสาทจากอวัยวะควบคุมการทรงตัว ซึ่งอยู่ในหูชั้นใน และจากข้อต่อและกล้ามเนื้อต่าง ๆ ซีรีเบลลัมจึงเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการทรงตัวของร่างกาย

พอนส์ (pons)

เป็นส่วนของก้านสมองที่อยู่ด้านหน้าของซีรีเบลลัมติดกับสมองส่วนกลาง ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานบางอย่าง เช่น การเคี้ยวอาหาร การหลั่งน้ำลาย การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ควบคุมการหายใจ การฟัง

เมดัลลาออบลองกาตา (medulla oblongate)

เป็นสมองส่วนท้ายสุด ซึ่งตอนปลายของสมองส่วนนี้ต่อกับไขสันหลัง จึงเป็นทางผ่านของกระแสประสาทระหว่างสมองกับไขสันหลัง นอกจากนี้เมดัลลา ออบลองกาตายังทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมกิจกรรมของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น การเต้นของหัวใจ การหายใจ การหมุนเวียนเลือด การกลืน การไอ การจาม เป็นต้นสมองส่วนกลาง พอนส์ และ เมดัลลา ออบลองกาตา สมองทั้ง 3 ส่วนนี้รวมเรียกว่า ก้านสมอง (brain stem)

“ไขสันหลัง”

เป็นส่วนที่ต่อจากสมองลงไปตามแนวช่องกระดูกสันหลัง โดยเริ่มจากกระดูกสันหลังข้อแรกไปจนถึงกระดูกบั้นเอวข้อที่ 2 ซึ่งมีความยาวประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวของกระดูกสันหลัง และมีแขนงเส้นประสาทแตกออกจากข้อสันหลังมากมาย ไขสันหลังจะมีเยื่อหุ้ม 3 ชั้น และมีของเหลวบรรจุอยู่ในเยื่อหุ้มสมอง ดังนั้นเมื่อมีการเจาะน้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลังหรือการฉีดเข้าเส้นสันหลัง แพทย์จะฉีดต่ำกว่ากระดูกบั้นเอวข้อที่ 2 ลงไปเพราะบริเวณที่ต่อลงไปจะเป็นมัดของเส้นประสาทไขสันหลัง จะไม่มีไขสันหลังปรากฏอยู่โอกาสที่จะเกิดอันตรายกับไขสันหลังมีน้อยกว่าการฉีดเข้าไปบริเวณอื่น นอกจากนี้ หากมีเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสหลุดเข้าไปในเยื่อหุ้มไขสันหลัง เชื่อโรคจะกระจายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการอักเสบของไขสันหลังอย่างรุนแรงได้ ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ส่วน

  1. เนื้อขาว (White matter) เป็นส่วนที่มีสีขาวรอบนอก ไม่มีเซลล์ประสาทจะมีเฉพาะใยประสาทที่มีเยื่อไมอิลินหุ้ม
  2. เนื้อเทา (Gray matter) เป็นส่วนสีเทา ประกอบด้วยใยประสาทที่ไม่มีเยื่อไมอิลินหุ้ม และตัวเซลล์ประสาทซึ่งมีทั้งประเภทประสานงานและนำคำสั่ง

โครงสร้างของไขสันหลังและเส้นประสาทไขสันหลัง

  1. ปีกบน (dorsal horn) เป็นบริเวณรับความรู้สึก
  2. ปีกล่าง (ventral horn) เป็นบริเวณนำคำสั่ง
  3. ปีกข้าง (lateral horn) เป็นบริเวณระบบประสาท

2.ระบบประสาทส่วนปลาย  (Peripheral Nervous System)

ประกอบด้วย เส้นประสาทสมอง (cranial nerve) รากประสาท (spinal nerve roots) เส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerves) เส้นประสาทตามร่างกาย (somatic nerves) โดยระบบประสาทส่วนปลายแบ่งตามหน้าที่ออกเป็นส่วนที่ทำ หน้าที่รับความรู้สึก (sensory division) จะนำกระแสประสาทจากตัวรับผ่านเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางตามทางเดินประสาทขาเข้า (afferent/sensory pathway) และส่วนที่ทำหน้าที่สั่งการ (motor division) จะนำคำสั่งออกจากระบบประสาทส่วนกลางไปสู่อวัยวะตอบสนอง (effector organ) ตามทางเดินประสาทขาออก (efferent/motor pathway) ในส่วนของการสั่งการมีความเกี่ยวข้องกับการควบคุมภายใต้อำนาจจิตใจ (voluntary) ผ่านระบบประสาทกาย (somatic nervous system) ไปควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) และการควบคุมนอกอำนาจจิตใจ(involuntary) ผ่านระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system) ซึ่งแบ่งเป็นระบบsympathetic และ parasympathetic ได้แก่ การควบคุมการทำหน้าที่ของกล้ามเนื้อเรียบ (smooth muscle) กล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac muscle) และต่อมต่าง ๆ (glands)

“เส้นประสาท” กับสารพัดโรคที่ควรระวัง

สาเหตุการเกิดจากโรคระบบประสาทและสมอง

โรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง เป็นโรคอันตราย หากเกิดขึ้นแล้วจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการดำรงค์ชีวิตอย่างรุนแรง โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง มีดังนี้

  1. ความเสื่อมของเซลล์สมองตามวัย เซลล์สมองและระบบประสาทจะเสื่อมลงไปเรื่อยๆหากอายุเพิ่มขึ้น
  2. ภาพวะสุขภาพของเลือดและหลอดเลือด การสะสมของไขมัน และ คอเรสเตอรัล ทำให้กระตุ้นการเกิดโรคต่างๆเกี่ยวกับสมอง และ ระบบประสาท
  3. ภาวะการถูกระทบกระเทือนทางสมอง และ ระบบประสาท อย่างรุนแรง
  4. ภาวะการติดเชื้อโรคต่างๆ
  5. การเกิดเนื้องอกในสมอง หรือ มะเร็งที่สมอง
  6. การได้รับสารพิษที่ระบบสมอง
  7. ความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่กำเนิด

ลักษณะของอาการโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง

โรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง จะแสดงอาการ 2 ลักษณะที่เกิดจากสมอง และ ระบบประสาทของร่างกาย โดยลักษณะของอาการที่สามารถสังเกตุได้ มีดังนี้ 

  1. มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  2. มีอาการปวดหัว และ ปวดหัวอย่างรุนแรง
  3. มีอาการมึนๆงงๆ เซื่องซึม
  4. กล้ามเนื้อของใบหน้าไม่ปรกติ เช่น ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด สายตาพร่ามัว เป็นต้น
  5. การทรงตัวของร่างกายไม่ดี
  6. มีอาการชา ซึ่งชาตามมือ เท้า และ ใบหน้า
  7. ไม่มีแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้
  8. อาจมีอาการชัก
  9. มีอาการโคม่า หลับสนิทไม่รู่สึกตัว

โรคต่างๆ ที่มักมากับระบบและเส้นประสาท

1.โรคอัมพาต-อัมพฤกษ์ เกิดจากการที่เซลล์สมองขาดเลือด โดยมีสาเหตุจากภาวะหลอดเลือดสมองตีบและอุดตัน 2.โรคปลายประสาทอักเสบ คือ อาการบวม แดง อ่อนแรง ชาที่แขน และขา ปลายมือ ปลายเท้า พบมากในผู้สูงวัย แต่ในกรณีที่พบในคนอายุน้อย ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ 3.โรคกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากการเสื่อมของ เส้นเอ็นที่ก่อตัวเป็นหมอนรองกระดูกสันหลัง (annulus fibrosus) จากการทำงานที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังโดยตรง 4.โรคปากเบี้ยว เกิดจากเส้นประสาทใบหน้าหรือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 บวมหรืออักเสบ ส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต 5. โรคไมเกรน เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทเอง ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากพันธุกรรมที่ผิดปกติ รวมถึงปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม เช่น ฮอร์โมน ความเครียด การอักเสบในร่างกาย เข้ามาร่วมด้วย ส่งผลทำให้เกิดโรคไมเกรนขึ้น 6.โรคเหน็บชา อาการชาเป็นอาการผิดปกติของระบบประสาท รับความรู้สึก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะที่นิ้ว มือ แขน เท้าหรือขา เป็นอาการที่มีความรู้สึกเจ็บ ปวด ร้อน หรือเย็นน้อยกว่าปกติหรือไม่มีความรู้สึกเลย บางคนอาจรู้สึกซ่าๆ ที่ปลายมือปลายเท้าหรือบริเวณอื่นหรือมีอาการเหมือนมีอะไรยุบยิบๆ ตามปลายมือปลายเท้า แล้วก็หายไปหรือเป็นตลอด ซึ่งอาการชาจะเกิดขึ้นเมื่อเส้นประสาทส่งความรู้สึกของบริเวณที่เป็นนั้นทำงานบกพร่องนั่นเอง 7. โรคหลอดเลือดในสมองแตก คือ ภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ เพราะมีการอุดตันของเส้นเลือดและออกซิเจนที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่าง ๆ ส่งผลให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้เซลล์สมองค่อยๆ ตายลง

การป้องกันการเกิดโรคระบบประสาทและสมอง

โรคระบบประสาทและสมอง นั้นโรคหากปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ คือ การดูแลร่างกาย และ การป้องกันปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดโรค โดย แนวทางการป้องกัน การเกิดโรคระบบประสาทและสมอง มีดังนี้

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  2. รักษาสุขภาพจิต โดยให้ผ่อนคลาย ไม่ให้เครียดมากเกินไป
  3. ไม่สูบบุหรี่
  4. ไม่ดื่มสุรา และ เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  6. ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก
  7. หมั่นบริหารสมอง หากิจกรรมที่ได้ฝึกสมองบ่อยๆ
  8. ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุกระแทกร่างกายอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ดี โรคดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโรคที่มาพร้อมกับเส้นประสาทและระบบประสาทเท่านั้น ยังมีอีกหลายโรคที่น่าเป็นห่วง และยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นโรคที่ได้ชื่อว่าเป็นภัยเงียบเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดขึ้นกับเราตอนไหน ดังนั้นทุกคนจึงควรหมั่นดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ และถ้าหากมีอาการที่น่าสงสัยหรือผิดปกติก็ต้องรีบไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของระบบประสาท

——————————–

ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  • นั่งนาน ปวดหลัง แก้ได้ไม่ยาก
  • ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Myofascial Pain Syndrome)
  • ปวดหัว มึนหัว ปวดกระบอกตา คล้ายไมเกรน

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

 

Add Comment Cancel


Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล พ.ค. 28

    “ออก...

  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี? พ.ค. 28

    โรคหอบหืด ...

  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง พ.ค. 28

    กายภาพบำบั...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี?
  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง
  • เตรียมตัวแข่ง Hyrox อย่างไรไม่ให้เจ็บ? คู่มือฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนลงสนาม
  • กายภาพบำบัด ปวดเข่า วิ่ง แก้ปัญหาเข่าพัง ให้กลับมาวิ่งได้ไร้กังวล

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์