NEWTONEM
×
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • เรื่องราวคลินิก
    • ทำไมถึงควรให้เราดูแล
    • สิ่งที่เราแตกต่าง
    • ทีมของเรา
    • ร่วมเป็นทีมเดียวกัน
  • บริการคลินิก
    • บริการรักษาของคลินิก
    • กายภาพพนักงานออฟฟิศ
    • คอร์สอบรมออนไลน์
  • อาการปวด
    • ตามส่วนของร่างกาย
    • ตามประเภทการปวด
    • ตามประเภทกีฬา
  • สาขา
    • สาขาพระราม 6
    • สาขาทองหล่อ
    • สาขากาญจนาภิเษก
    • สาขาราชพฤกษ์
    • สาขาลาดพร้าว
  • บทความ
  • ผู้ป่วยใหม่
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามพบบ่อย
    • คนไข้ใหม่
    • เข้าสู่ระบบสมาชิก
  • English
  • 0 items

“ชานิ้วก้อยมือซ้าย” เกิดเพราะปัญหากล้ามเนื้อหรือระบบประสาทกันแน่

“ชานิ้วก้อยมือซ้าย” เกิดเพราะปัญหากล้ามเนื้อหรือระบบประสาทกันแน่
อาการปวดทั่วไป

ชานิ้วก้อยมือซ้าย อาการเล็ก ๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คิด เพราะเป็นอาการแสดงของความผิดปกติบางอย่างของร่างกายนั่นเอง ซึ่งต้องบอกก่อนว่าอาการชานั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติจากกล้ามเนื้อไปจนถึงสาเหตุสำคัญอย่างความผิดปกติของระบบประสาท ดังนั้น จึงสามารถแปลได้ว่าแม้จะเป็นอาการชาที่ปลายนิ้วเหมือนกัน แต่สาเหตุที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันได้นั่นเอง และเพื่อให้ทุกคนทราบถึงรายละเอียดภาวะอาการนี้มากขึ้น ในบทความนี้ Newton Em Clinic มีคำตอบมาฝาก

ชานิ้วก้อยมือซ้าย เกิดจากอะไร? ภาวะอาการเล็ก ๆ ที่อาจส่งผลเสียใหญ่กว่าที่คิด

“เหน็บชา” ภาวะที่หลาย ๆ คนเป็นกันบ่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเวลาที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งถูกทับไว้นานๆ และไม่ได้ใช้เคลื่อนไหวไปในชั่วขณะหนึ่ง จึงทำให้เกิดอาการเหน็บขึ้นตามอวัยวะนั้นๆ ได้สักครู่อาการจึงหายไป อย่างไรก็ดีแม้ไม่ได้ดูจะเป็นตรายอะไรแต่ใช่ว่าการเกิดอาการเหน็บหรือชาบ่อย ๆ จะเป็นสิ่งที่ดีเพราะนั่นอาจกำลังเป็นสัญญาณอันตรายของภาวะบางอย่างก็เป็นได้ โดยเฉพาะอาการชาเฉพาะที่ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ซึ่งจะมีสาเหตุที่ค่อนข้างเฉพาะเช่นกัน ดังนั้น เพื่อไขข้อข้องใจคำถามข้างต้น เรามาดูคำตอบของอาการชาดังกล่าวไปพร้อม ๆ กัน

มาทำความเข้าใจกันก่อน “มือชา” คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง?

อาการนี้เป็นอาการเหน็บชาที่ทำให้ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกบริเวณนิ้วมือ อาจทำให้นิ้วมือและมือไม่มีแรงหยิบจับสิ่งของ เกิดขึ้นกับมือเพียงข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง และในบางครั้งอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย อย่างรู้สึกเจ็บแปลบคล้ายถูกเข็มตำที่ปลายนิ้ว หรือปวดแสบปวดร้อนที่ปลายนิ้ว โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดจากภาวะเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงมือ หรือเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณจากสมองเพื่อควบคุมการทำงานและการรับความรู้สึกของมือและนิ้วมือ

สาเหตุของอาการชาที่มือ

อาการชาชนิดนี้เกิดจากเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงมือหรือเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณจากสมองเพื่อควบคุมการทำงานและการรับความรู้สึกของมือและนิ้วมือถูกกดทับ ได้รับการกระทบกระเทือน หรือเกิดความเสียหาย หรืออาจเป็นเหตุมาจากการเจ็บป่วยด้วยโรคและภาวะต่าง ๆ เช่น

  • โรคการกดทับเส้นประสาทข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) เส้นประสาทที่รับความรู้สึกบริเวณมือถูกกดทับหรืออุดตัน ทำให้เกิดอาการชาโดยเฉพาะบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง
  • ภาวะกระดูกคอทับเส้นประสาท (Cervical Radiculopathy) เกิดจากเส้นประสาทบริเวณคออักเสบหรือถูกกดทับ จนทำให้เกิดอาการชาคล้ายกับโรคการกดทับเส้นประสาทข้อมือ
  • การกดทับเส้นประสาทอัลนาร์ (Ulnar Nerve Entrapment) เกิดการกดทับบริเวณเส้นประสาทอัลนาร์ที่หล่อเลี้ยงควบคุมการทำงานของนิ้วนางและนิ้วก้อย ทำให้เกิดอาการชาที่นิ้วดังกล่าว
  • โรคเรย์นอด (Raynaud’s Disease) เป็นอาการป่วยที่หลอดเลือดแดงเล็กที่อยู่ในนิ้วเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงปลายนิ้ว จึงเกิดอาการชาและอาจกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตได้ด้วย
  • โรคเบาหวาน (Diabetes) ภาวะอาการเส้นประสาทจากเบาหวาน (Diabetic Neuropathy) ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่เส้นประสาทบริเวณมือและเท้า นำไปสู่อาการชาปลายนิ้วบริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้าได้
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการอักเสบบวม และสร้างความเจ็บปวดบริเวณข้อต่อกระดูก ซึ่งทำให้เกิดอาการชา รู้สึกเหมือนเข็มตำ หรือปวดแสบปวดร้อนบริเวณมือและนิ้วมือได้

อาการชาปลายนิ้ว

  • ชาที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วโป้ง เกิดจากการกดทับเส้นประสาทข้อมือ หรืออาจเกี่ยวกับกระดูกคอทับเส้นประสาท
  • ชาตามมือและนิ้วมือ ร่วมกับอาการปวดแสบปวดร้อนที่บริเวณกระดูกและข้อ มีสาเหตุมาจากกรดยูริกในร่างกายสูงกว่าปกติ หรือโรคเกาต์นั่นเอง
  • ชาที่นิ้วก้อย อาจเกิดจากกิจกรรมที่ต้องงอ และเกร็งข้อศอกเป็นเวลานาน เช่น การถือสายโทรศัพท์ เป็นต้น
  • ชาบริเวณปลายนิ้วมือ และนิ้วเท้า มีสาเหตุมาจากภาวะน้ำตาลสูง ซึ่งจะส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลายที่ควบคุมการทำงานของมือ และเท้าเสียหาย

จะเห็นได้ว่านิ้วแต่ละนิ้วสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้น สาเหตุที่กล่าวมา

ไขข้อข้องใจ “อาการชาที่ปลายนิ้วก้อยข้างซ้าย” เกิดจากอะไรกันแน่?

อาการชาเป็นบางส่วนของมือด้านนี้ มีสาเหตุเกิดจากมีการกดเบียดต่อเส้นประสาทที่ออกมาจากไขสันหลังส่วนคอส่วนล่างซึ่งทอดยาวออกมาถึงปลายมือบริเวณนี้ ดังนั้นหากมีสาเหตุใดๆ ก็ตามที่มากดเบียดทางเดินเส้นประสาทส่วนนี้สามารถทำให้เกิดอาการชาในบริเวณนี้ได้ เช่นเดียวกันกับการกดเบียดต่อเส้นประสาทในตำแหน่งอื่นๆ อาการชาเป็นอาการหลัก แต่สามารถพบอาการปวดร่วมด้วย โดยอาการปวดเป็นลักษณะปวดจากเส้นประสาท (neuropathic pain) ที่มีอาการปวดแบบเฉพาะที่มีลักษณะปวดตื้อ ปวดเหมือนถูกไฟดูด หรือปวดแสบร้อน อาการชาหรือปวดนี้จะสัมพันธ์กับกิจกรรมหรือท่าบางท่าตามแต่สาเหตุที่กดเบียดเส้นประสาท ซึ่งโรคหรือภาวะที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้ประกอบด้วยหลายกลุ่มอาการด้วยกัน เช่น กลุ่มอาการเส้นประสาทอัลน่าถูกกดทับที่ข้อศอก,
กลุ่มอาการเส้นประสาทอัลน่าถูกกดทับที่ข้อมือ และ โรคหมอนรองกระดูกส่วนคอส่วนล่างกดทับเส้นประสาท เป็นต้น

อาการสำคัญที่ควรไปพบแพทย์

หากผู้ป่วยมีอาการชาปลายนิ้ว ควรสังเกตลักษณะอาการที่เกิดขึ้น หรืออาการที่เกิดร่วมกับชาปลายนิ้ว แล้วไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาหากมีภาวะอาการดังต่อไปนี้

  • อาการชาลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย หรือลามไปทั่วร่างกาย
  • ชาปลายนิ้วเป็นเวลานานแล้วอาการไม่หายไป หรือมีอาการหนักขึ้น
  • มีอาการชาปลายนิ้วบ่อย ๆ แบบเป็น ๆ หาย ๆ
  • มีอาการชาเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น ชานิ้วเพียงนิ้วเดียว
  • อาการเหล่านั้นรบกวนการทำกิจกรรมและการเคลื่อนไหวร่างกาย

ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ หรือขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หากมีอาการชาปลายนิ้วร่วมกับภาวะอาการป่วยที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายอื่น ๆ เพราะอาจเป็นสัญญาณของอาการป่วยร้ายแรงอย่างภาวะเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตัน ซึ่งทำให้เกิดอาการอัมพาตได้

การรักษาอาการชาที่ปลายนิ้ว มีวิธีใดบ้าง?

  • พยายามขยับนิ้วมือบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เส้นประสาทเกิดการกดทับ หรือเกิดพังผืดที่เส้นประสาท
  • งดทำกิจกรรม หรือใช้งานมือ แขน หรือเท้าหนักเกินไป เช่น การยกของหนัก เพราะอาจส่งผลให้อาการเจ็บยิ่งเพิ่มขึ้น
  • รับประทานยาเพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาท
  • ฉีดสเตียรอยด์ วิธีนี้จะใช้สำหรับกรณีผู้ป่วยรับประทานยาแล้วไม่ได้ผล
  • การผ่าตัด จะใช้ในกรณีเส้นประสาทกดทับ หรือเส้นประสาทได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม อาการชาที่ปลายนิ้วหากไม่รุนแรงผู้ป่วยจะยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่หากอาการเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นจนลามไปที่อวัยวะอื่น เราไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคทางเส้นประสาท จึงควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที

——————————-

ข้อควรระวัง: เนื้อหาในบทความ วีดีโอ ข้อความคิดเห็น มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อทดแทนการเข้ารับการตรวจ วิเคราะห์ และการวางแผนการรักษาของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้เข้าชมไม่ควรวินิจฉัย หรือ คาดเดาโรคด้วยตัวเองจากการอ่านบทความ ข้อคิดเห็น หรือ ดูวีดีโอ นี้ คนไข้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตนเองเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดที่อาจเกิดเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

บทความที่น่าสนใจ

  • นั่งนาน ปวดหลัง แก้ได้ไม่ยาก
  • ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Myofascial Pain Syndrome)
  • ปวดหัว มึนหัว ปวดกระบอกตา คล้ายไมเกรน

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Newton Em Clinic เป็นคลินิกกายภาพที่มุ่งเน้นการบริการทางด้านกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดตามส่วนต่างๆ เช่นหลัง บ่า เข่า และข้อ เป็นต้น ด้วยบริการต่างๆ ดังนี้ กายภาพบำบัดทั่วไป กายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา นวดการกีฬา โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ โปรแกรมเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาก่อนแข่ง โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังแข่ง การตรวจโครงสร้างทางร่างกาย โปรแกรมออกกำลังกายในน้ำ โปรแกรมออกกำลังกายรักษาอาการปวดพิลาทิส รับปรึกษาแผนการพัฒนาความคิดและพฤติกรรมสำหรับเด็ก และกายภาพบำบัดในท่อน้ำนมอุดตันสำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งเรามีความรู้ในการดูแลและประสบการณ์ด้านการรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายตามมาตรฐานด้วยเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพจากทีมนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์โดยตรง เหมาะสำหรับกลุ่มนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเช่น กายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด คุณแม่หลังคลอดและผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันเรามีคลินิกที่พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีการให้บริการ การรักษาขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน และยังมีการให้บริการที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละสาขา โดยนักกายภาพที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมเฉพาะด้านเพื่อผลิตผู้รักษาให้ตรงตามอาการของผู้ป่วยทุกคน คลินิก Newton Em พร้อมให้บริการจำนวน 6 สาขา

  • สาขาลาดพร้าว เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาทองหล่อ เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขากาญจนาภิเษก เบอร์โทร 099-553-9445, 083-559-5954
  • สาขาพระราม 6 เบอร์โทร 099-553-9445
  • สาขาราชพฤกษ์ เบอร์โทร 096-264-4250

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.

ปรึกษา นัดหมาย หรือสอบถามเพิ่มเติม

Tel: 099-553-9445

ปรึกษา หรือ ติดตามความรู้สุขภาพอื่นๆได้ตามช่องทางด้านล่าง

   facebook_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   Youtube_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic   instagram_นิวตั้น_เอ็ม_คลินิกกายภาพบำบัด_รักษาอาการปวด_newton_em_physio_physical_therapy_clinic

Newton-EM-_โลโก้ขาว_compressed

About US

At Newton Em Clinic, our experienced therapists are able to treat a variety of different injuries and conditions. If you have any specific questions, Please do not hesitate to contact our therapists.

ข่าวสารล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล พ.ค. 28

    “ออก...

  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี? พ.ค. 28

    โรคหอบหืด ...

  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง พ.ค. 28

    กายภาพบำบั...

ความรู้สุขภาพล่าสุด

  • ออกกำลังกาย ผู้มีโรคประจำตัว ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
  • โรคหอบหืด ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดภัย สร้างปอดแข็งแรงอย่างถูกวิธี?
  • กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ สาย Hyrox ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ไม่พัง
  • เตรียมตัวแข่ง Hyrox อย่างไรไม่ให้เจ็บ? คู่มือฟื้นฟูกล้ามเนื้อก่อนลงสนาม
  • กายภาพบำบัด ปวดเข่า วิ่ง แก้ปัญหาเข่าพัง ให้กลับมาวิ่งได้ไร้กังวล

⭐⭐⭐⭐⭐

Rating: 5 out of 5.
Copyright ©2020 Newtonemclinic all rights reserved
นโยบาย ความเป็นส่วนตัว ข้อตกลงการใช้เว็บไซต์